สองตาต้วนหลิงเทียนยังคงทอประกายยไปด้วยความหวัง ไม่คิดถอดใจ “และข้าก็เป็นผู้สืบทอ ดนามหมอกพิรุณของท่านในกองกําลังดังกล่าวในระนาบโลกียะ”
“บางที่นั่นอาจเป็นแค่ การหวนคิดถึงความหลังของใต้เท้าจักรพรรดิสวรรค์ก็เป็นได้…”
เมิ่งห่าวชวนไม่ได้ให้น้ําหนักกับข้อสันนิษฐานของต้วนหลิงเทียนสักเท่าไหร่
“ไม่ว่าจะอย่างไร ข้าก็ต้องลองพยามดูก่อน อย่างน้อยก็มีโอกาสสําเร็จ แต่ถ้าไม่ลองก็ไม่มีแม้แต่โอกาส”
สายตาของต้วนหลิงเทียนเผยความแน่วแน่
“เอาล่ะๆ ในเมื่อท่านยืนกรานจะไป ข้าก็จะพาท่านไปเอง…พระราชวังจักรพรรดิสวรรค์ตั้งอยู่ในสถานที่เร้นลับ หากไม่ใช่คนที่เคยไปมาก่อน ถึงแม้จะรู้ตําแหน่งคร่าวๆ ก็ยังยากจะพบเจอ… และพอดีข้าก็เคยมีวาสนาได้ไปเยือนที่นั่นกับท่านอาจารย์ครั้งหนึ่ง”
เมิ่งห่าวซวนกล่าว
และพอมันกล่าวจบก็เดินออกจากโถงรับแขกจวบจนออกจากบ้าน ก่อนจะเห็นร่างนำทางไปทันที ต้วนหลิงเทียนก็เห็นร่างตามไปติดๆ
“ว่าแต่ตัวนหลิงเทียน ไม่ทราบศิษย์พี่ใหญ่ของข้าเป็นเช่นไรบ้างหรือ?”
เนื่องเพราะได้ยินต้วนหลิงเทียนเอ่ยถึงศิษย์พี่ใหญ่ที่ถูกคุมขังในคุกหมื่นพันธนาการของวังเทียนฉือ เมิ่งห่าวชวนเองก็อดไม่ได้ที่จะคิดเป็นห่วงขึ้นมา
“ศิษย์พี่ใหญ่ท่านยังดีอยู่ไม่ได้เป็นอะไร กระทั่งพลังฝีมือยังก้าวหน้าขึ้นไม่น้อย ตอนนี้แทบจะทัดเทียมกับจักรพรรดิอมตะสมญานามแล้ว”
ต้วนหลิงเทียนตอบ