ฮ่วนเอ๋อพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง และหลังจากสูดลมหายใจเข้าลึกๆราวๆสิบลมหายใจ น ทั่วร่างทั้งลมหายใจก็เริ่มกลายเป็นสงบกลิ่นอายเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากร่างบางแผ่วๆ ให้ความรู้สึกราวบงกชสีครามกําลังเบ่งบาน
“ไปกันเถอะ”
หลังจากนั้นต้วนหลิงเทียนก็เห็นร่างพาฮ่วนเอ๋อไปยังประตูบานเรื่องที่สมควรเป็นทางเข้าคุกหมื่นพันธนาการ หลังเห็นเข้าหาได้ไม่นาน เขาก็พบว่ามีร่างชรา 4 ร่างยืนเฝ้าหน้าประตูทางเข้าเอาไว้
ชายชราทั้ง 4 จับคู่กันแยกไปยืนประกบซ้ายขวาประตู
“ที่นี่คือคุกหมื่นพันธนาการ ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องห้ามเข้า!”
ก่อนที่ต้วนหลิงเทียนกับฮ่วนเอ๋อจะเข้าไปใกล้มากนัก 1 ใน 4 ชายชราก็มองต้วนหลิงเทียนด้วยสีหน้าแววตาดุดัน เอ่ยเตือนออกมาเสียงเข้ม น้ำเสียงหน้าตาทําราวต้วนหลิงเทียนติดหนี้มันอย่างไรอย่างนั้น
ชายชราผู้นี้เส้นผมขนคิ้วทั้งหนวดเคราเป็นสีขาวโพลน แถมผมกับเคราของมันยังฟูฟองจนมองแล้วคนคล้ายราชสีห์ขนขาวอยู่บ้าง
“ผู้อาวุโส พวกเราคือศิษย์อัจฉริยะที่มาสมัครทําหน้าที่ผู้คุม”
ต้วนหลิงเทียนไม่กล่าวอะไรมากความ สะบัดมือเรียกป้ายผู้คุมออกมา ฮ่วนเอ๋อก็เช่นกัน จากนั้นทั้งงคู่ก็ซัดป้ายให้ไปหยุดลอยเบื้องหน้าชายยชราดังกล่าว
ชายชราผู้นั้นก็รับป้ายมาชมดูทันที ตอนตรวจป้ายฮ่วนเอ๋อก็ไม่มีอะไร แต่ตอนพลิกไปเห็นชื่อที่สลักไว้ด้านหลังของป้ายต้วนหลิงเทียน ลูกตามันก็หดเล็กลงทันที
“เจ้า…เจ้าคือต้วนหลิงเทียน!?”