ได้ยินคำพูดดังกล่าวของหงเฟย หลายคนที่พึ่งไปแทงต้วนหลิงเทียนกับเจ้าอื่นก็แทบกระอักเลือดออกมาด้วยโทสะ “บัดซบ หงเฟยนั่นไม่ใช่เพราะมั่นใจในตัวต้วนหลิงเทียนมากหรือไร ถึงได้เปิดโต๊ะรับแทงแบบนี้?”
“ไฉนข้ารู้สึกว่า สิ่งนี้มันทำเพื่อบอกให้ต้วนหลิงเทียนรู้โดยเฉพาะว่ามันเอาใจช่วยเต็มที่?”
“เอาใจช่วย? ผู้ใดจะเลือกให้กำลังใจผู้อื่นด้วยวิธีนี้ จากผลึกอมตะที่ผู้คนไปแทงกับมันด้วอัตราเดิมพันนั่น หากหานอวิ๋นจิ่นชนะขึ้นมา มันก็ต้องจ่ายผลึกอมตะระดับจอมราชันให้ผู้อื่นเป็นล้านมิใช่หรือไร?”
“เฮ่อ…เป็นล้านแล้วอย่างไร ข้าได้ยินมาว่าหงเฟยศิษย์คนที่ 6 ในด่านฉือหล่างผู้นี้ มาจากตระกูลหง แถมยังเป็นหลานชายคนเดียวของผู้นำตระกูลคนปัจจุบันอีก…เรียกว่าสำหรับมันแล้ว ปัญหาใดที่แก้ได้ด้วยผลึกอมตะ ล้วนไม่ใช่ปัญหา!!”
“กล่าวไปเหมือนข้าจะเคยได้ยินมาเช่นกัน ว่าที่ใต้เท้าฉือหล่างรับมันเป็นศิษย์ในตอนนั้นก็เพราะเห็นแก่หน้าปู่ของมัน หาไม่แล้วด้วยพรสวรรค์ของหงเฟย ใต้เท้าฉือหล่างคงไม่คิดสนใจมันแน่”
“เป็นผู้คนเหมือนกัน ไฉนต่างกันถึงขนาดนี้นะ…”
…
สำหรับการประลองเป็นตายที่จะเกิดขึ้นวันนี้ เรื่องของหงเฟยก็เป็นดั่งละครฉากหนึ่งเท่านั้น
เพราะการต่อสู้ที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ ไม่มีใครรู้สึกว่าต้วนหลิงเทียนที่พึ่งจะเข้าร่วมวังเทียนฉือได้ไม่กี่ปี จะมีปัญญาต่อกรหานอวิ๋นจิ่นที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาหลายปีได้เลย…