“อย่างไรก็ตาม ฟังจากที่ฉือหล่างกล่าว เห็นว่ามันจะพยายามหาหลักฐานมัดตัวหานอวิ๋นจิ่นให้ได้…ข้าล่ะคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าหานอวิ๋นจิ่นผู้นั้นจะไร้ซึ่งความมั่นใจในตัวเอง ถึงขั้นต้องไปจ้างคนมาฆ่าต้วนหลิงเทียนแบบนี้”
กล่าวถึงประโยคท้ายเหลยอิงก็อดส่ายหน้าไปมาอีกครั้งไม่ได้ ในแววตายังเผยความดูแคลนออกมาให้เห็น
“ท่านแม่ เรื่องนี้ก็ไม่แน่ว่าจะเป็นฝีมือหานอวิ๋นจิ่นเสียหน่อย สุดท้ายก็ไม่ใช่ว่าพวกมันแค่สงสงสัยไปกันเองหรือ?”
เหลยจวิ้นกล่าว
“ไม่ได้สงสัยไปเองหรอก”
เหลยอิงกล่าวต่อ “ฉือหล่างกล่าวว่า หลังจากที่ร่วมมือกับจักรพรรดิอมตะสมญานามที่บังเอิญผ่านมาฆ่าตู๋กูเหวินได้แล้ว พวกมันก็มอบแหวนพื้นที่ของตู๋กูเหวินให้อีกฝ่ายไป”
“อย่างไรก็ตาม ฉือหล่างขอให้จักรพรรดิอมตะสมญานามผู้นั้นนำลูกแก้ววิญญาณในแหวนของตู๋กูเหวินออกมาให้หมด เพื่อดูว่าจะมีลูกแก้ววิญญาณของหานอวิ๋นจิ่นหรือไม่”
“จักรพรรดิอมตะสมญานามผู้นั้นก็ไม่ขัดคำขอ นำลูกแก้ววิญญาณออกมาจากแหวน 3 ลูกชมดู…และพอดี 1 ในนั้นถูกศิษย์คนที่ 4 ของฉือหล่างจดจำกลิ่นอายได้ และนางก็ยืนยันด้วยความมั่นใจ ว่าเป็นของหานอวิ๋นจิ่นไม่ผิดแน่!”
“เจ้าเองก็สมควรรู้ว่าศิษย์คนที่ 4 ของฉือหล่าง เวิ่นหว่านเอ๋อนั้นเคยเป็นคู่รักกับหานอวิ๋นจิ่น ถึงแม้จะยังมิได้ตบแต่งเป็นสามีภรรยากัน แต่หลังอยู่ด้วยกันมานาน นางย่อมคุ้นเคยกับกลิ่นอายวิญญาณของหานอวิ๋นจิ่นดี”
เหลยอิงกล่าว