จังหวะนี้ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะหวั่นไหวในใจ ยังรู้สึกอบอุ่นนัก
“อาจารย์เองก็ไม่ได้อยู่เฉย ตลอดช่วงเดือนที่ผ่านมา อาจารย์พยายามไปกล่าวหยั่งเชิงจ้าวตำหนักเหลยเสมอ…กระทั่งวันนี้ยังเลือกจะไปตำหนักลองกระบี่เพื่อชวนจ้าวตำหนักเหลยไปรับเจ้าด้วยกัน”
หูเหมยมองกล่าวกับต้วนหลิงเทียน “จากที่ท่านอาจารย์สังเกต…จ้าวตำหนักเหลยไม่น่าจะรู้เรื่องราว”
“ไม่น่าจะรู้จริงๆ”
ฉือหล่างกล่าวเสริมขึ้นมา “หากเหลยอิงล่วงรู้เรื่องนี้แต่แรก และเห็นดีเห็นงามกับการกระทำของเหลยจวิ้น ไฉนเหลยจวิ้นต้องไปหาหานอวิ๋นจิ่นให้เกิดพิรุธ? มิสู้ยอมจ่ายหนักหน่อยแต่ตัดเบาะแสทั้งหมดทิ้งไม่ดีกว่าหรือ…”
“จริงของท่าน”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวเห็นด้วยกับคำพูดของฉือหล่าง เพราะถ้าเหลยอิงรู้เรื่องนี้ นางต้องหยุดเหลยจวิ้นเอาไว้แน่ และถ้าไม่หยุดก็หมายความว่าจะช่วยเหลยจวิ้นเพื่อปกปิดเรื่องราวอย่างดีที่สุด
หากมีเหลยอิงช่วยเหลือ เหลยจวิ้นก็ไม่ต้องเสี่ยงเปิดเผยเรื่องคิดจ้างคนฆ่าเขากับหานอวิ๋นจิ่น จนกลายเป็นทิ้งร่องรอยให้สาวมาถึงตัว
การที่เหลยจวิ้นไปหาหานอวิ๋นจิ่นแบบนี้ เห็นชัดว่าไม่อาจแบกรับค่าใช้จ่ายจ้างวานตู๋กูเหวินกับตู๋กูหวู่ให้มาฆ่าเขาคนเดียวได้ไหว จึงไปหาหานอวิ๋นจิ่นเพื่อช่วยกันจ่าย…
“เหลยจวิ้น หานอวิ๋นจิ่น…”
ทันใดนั้นสองตาต้วนหลิงเทียนก็ฉายแววเย็นชาออกมาวูบวาบ
“พี่หลิงเทียน ข้าจะไปหาเหลยอิงเพื่อขอคำอธิบายจากนาง!”