ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวไปมา “อย่าว่าแต่ไม่มีหลักฐาน ต่อให้พวกเรามีหลักฐานแต่ก็ต้องหารือกันเพื่อหาทางจัดการเรื่องนี้ หากเราผลีผลามไปหน้าประตูบ้านผู้อื่น ก็ไม่ต่างอะไรกับแหวกหญ้าให้งูตื่น”
พอกล่าวจบคำ ต้วนหลิงเทียนก็ลอบส่งเสียงผ่านพลังไปหาฮ่วนเอ๋อ “ฮ่วนเอ๋อ ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าบิดาแท้ๆของเจ้า ถูกจับขังอยู่ในคุกหมื่นพันธนาการของวังเทียนฉือ และมารดาของเจ้าสิบในสิบไม่พ้นต้องถูกจับขังอยู่ที่เดียวกัน”
“ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่เจ้าจะแตกหักกับเหลยอิงเพราะเหลยจวิ้นลูกชายคนเดียวของนาง…เจ้ามีสถานะเป็นศิษย์ในด่านเหลยอิง ย่อมมีประโยชน์ต่อการหาทางช่วยเหลือบิดามารดาของเจ้ามากขึ้น”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวโน้มน้าว
“พี่หลิงเทียน ถึงฮ่วนเอ๋ออยากจะช่วยท่านพ่อกับท่านแม่ แต่ให้ฮ่วนเอ๋อมองข้ามเหลยจวิ้นที่คิดร้ายต่อท่าน…ฮ่วนเอ๋อทำไม่ได้”
ฮ่วนเอ๋อกล่าวออกเสียงเข้ม
“ฮ่วนเอ๋ออย่ากังวลไปเลย…เหลยจวิ้นกับหานอวิ๋นจิ่นนั่น ข้าจะหาทางจัดการมันเอง”
พอต้วนหลิงเทียนกล่าวส่งเสียงผ่านพลังประโยคนี้ไป สองตาเขาก็ฉายประกายเย็นชาขึ้นมาทันที
“ศิษย์น้องเล็ก…”
ตอนนี้เองหูเหมยที่มองจ้องต้วนหลิงเทียนด้วยแววตาละล้าละลัง ในที่สุดก็ตัดสินใจเอ่ยถามออกมา “ที่แท้ก่อนหน้านี้เจ้ารอดพ้นจากตู๋กูเหวินนั่นได้อย่างไรหรือ…เจ้าคงไม่ได้ฆ่าตู๋กูเหวินอย่างที่พูดจริงๆหรอกนะ?”
หลังเอ่ยถามออกไปแล้ว หูเหมยก็มองจ้องต้วนหลิงเทียนด้วยความสงสัย