แต่ทว่าไม่ใช่มันไม่อยากช่วย แต่มันช่วยไม่ได้!
เพราะจากคำร่ำลือ พลังฝีมือของตู๋กูหวู่เบื้องหน้าไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่ามัน…ต่อให้มันจะส่งข้อความกลับไปยังวังเทียนฉือเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่กว่ากำลังเสริมจะมาถึง สิบในสิบต้วนหลิงเทียนไม่พ้นตกอยู่ในเงื้อมมือของตู๋กูเหวินแล้ว
…
หลังผ่านไปครึ่งค่อนวัน ตู๋กูหวู่ที่เหินร่างติดตามพวกฉือหล่างมา ก็คิดจะแยกตัวจากไป
ในเมื่อมันเห็นว่าฉือหล่างไม่ได้เร่งรุดไปช่วยเหลือต้วนหลิงเทียน มันจึงไม่คิดจะลงมือทำอะไรอีกฝ่าย เพราะถ้ามันลงมือก็ไม่พ้นต้องสู้ติดพัน เปลืองเรี่ยวเปลืองแรงกับฉือหล่างสักพักกว่าจะจัดการได้
กอปรกับตอนนี้พอเห็นว่าเวลามันก็ล่วงเลยผ่านไปครึ่งค่อนวันแล้ว มันก็ไม่กังวลเรื่องที่ฉือหล่างจะรีบตามไปช่วยต้วนหลิงเทียนจากเงื้อมมือตู๋กูเหวินได้ทันอีก มันจึงคิดจะจากไป
“คิดจะไปหรือ?”
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ตู๋กูหวู่คิดจะแยกตัวจากไป ฉือหล่างพลันลงมือทันที แสงกระบี่เยือกแข็งหนึ่งตัดฟ้าไปดั่งลำแสง เข่นฆ่าสังหารเข้าใส่ตู๋กูหวู่อย่างดุดัน!
“ฉือหล่าง นี่เจ้ากล้าลงมือกับข้ารึ!?”
ตู๋กูหวู่ที่ม้วนแขนเสื้อสลายแสงกระบี่หัวเราะลั่น “หากข้าจำไม่ผิดระยะห่างระหว่างที่นี่กับวังเทียนฉือ ต่อให้เป็นจักรพรรดิอมตะสมญานามก็ต้องใช้เวลาเดินทางอย่างน้อยๆหนึ่งวันเต็มๆ…แล้วเจ้าฉือหล่างคิดว่ามีปัญญาลากถ่วงข้า ได้ครึ่งค่อนวันเพื่อรอกำลังเสริมจากวังงเทียนฉือรึ?”