เมิ่งห่าวซวนพยักหน้า มันเองก็รู้ว่างานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ถึงส่งกันพันลี้สุดท้ายก็ต้องจาก “วันหน้าหากมีเวลาข้าจักไปร่ำสุราสนทนากับท่านถึงวังเทียนฉือที่อู๋หยาเทียนแน่…และหากท่านมีเวลาว่างก็แวะมาหาข้าที่ขุนเขากระบี่ฟ้าได้ทุกเวลา!”
“นี่คือลูกแก้ววิญญาณของข้า”
ก่อนแยกกัน เมิ่งห่าวซวนก็แลกเปลี่ยนลูกแก้ววิญญาณกับต้วนหลิงเทียน จากนั้นก็แยกย้ายกันไปคนละทาง
หลังใช้เคลื่อนมิติเต็มกำลังไปสองสามรอบจนมาโผล่ที่ไหนสักแห่ง ต้วนหลิงเทียนก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ‘ดูเหมือนต้องพยายามหาด่านทดสอบอื่นอีก…ตอนนี้พึ่งจะหลอมสารัตถะของต้นไม้เทพสนหลิวได้ 3 ส่วนเท่านั้นเอง’
‘กว่าจะทำได้สำเร็จ อย่างน้อยๆก็ต้องเจอด่านทดสอบลักษณะเดียวกับด่านทดสอบก่อนหน้าอีกสัก 2-3 รอบ’
พอคิดถึงจุดนี้ต้วนหลิงเทียนก็อดปวดหัวขึ้นมาไม่ได้ เพราะที่ยากที่สุดก็คือตามหาด่านทดสอบให้เจอนี่ล่ะ…
โชคยังดีที่เขายังมีเวลา
ดีที่รอบนี้ไม่ได้ใช้เวลาไปมากมายอะไร
…
ณ อู๋หยาเทียน
แดนอู๋หยา
ในทะเลทรายแห้งแล้งอันรกร้างว่างเปล่า ปรากฏซากปรักหักพังกระจัดกระจายไปทั่ว มองไปแล้วซากปรักหักพังที่ว่าสมควรเป็นเมืองๆหนึ่งที่ล่มสลายไปตามกาลเวลา อย่างไรก็ตามท่ามกลางซากปรักหักพังนั้น มีตำหนักที่มีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์แห่งหนึ่ง