“สุดพลังได้เท่านี้แล้วหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนหลงคิดว่า ระดับพลังของ ‘ต้วนหลิงเทียน’ เบื้องหน้าก็น่าจะถูกสร้างให้พอๆกับเขา แต่ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายกลับอ่อนด้อยกว่าเขามาก ยังอ่อนแอกว่าจี้เฉวียนในร่างมนุษย์หลายส่วน
ซัว! ซัว! ซัว! ซัว! ซัว! ซัว!
…
ต้วนหลิงเทียนเคลื่อนมิติไปผุดโผล่ด่านหลัง ‘ต้วนหลิงเทียน’ จากนั้นอากาศว่างเปล่าโดยรอบก็ปริแตก บังเกิดคมมีดมิติสีเทาพุ่งออกมา 9 สาย ประหนึ่งเคียวยมทูตเกี่ยววิญญาณ คร่าชีวิต ‘ต้วนหลิงเทียน’ ในพริบตา
เมื่อ ‘ต้วนหลิงเทียน’ กลายเป็นชิ้นเนื้อเกลื่อนพื้น ต้วนหลิงเทียนก็รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง เมื่อพบว่า ชิ้นส่วน ‘ต้วนหลิงเทียน’ ได้เปลี่ยนรูปร่างและกลายเป็นคนอื่น
และคนอื่นที่ว่า ก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับต้วนหลิงเทียนเลย เพราะมันเป็น 1 ใน 2 คนที่มาสมทบกับเขา เมิ่งห่าวซวนและจี้เฉวียนภายหลัง
ครืนนนน!! ครืนนนน!!
ตึงงงง!!!
…
ทันใดนั้นเองเสียงสนั่นหวั่นไหว 2 เสียงพลันดังกึกก้องเข้าหูเขา และต้วนหลิงเทียนก็สัมผัสได้ว่าแท่นศิลาเยียบเย็นใต้เท้ากำลังสั่นไหว ก่อนพบว่ามันเคลื่อนที่ไปชนกับศิลาอีกแท่นหนึ่งที่อยู่ๆก็ปรากฏขึ้นมาท่ามกลางอากาศว่างเปล่า
และบนแท่นศิลาอีกแท่น ก็มีร่างเมิ่งห่าวซวนยืนอยู่
ใกล้ๆจุดที่เมิ่งห่าวซวนยืนอยู่ ก็มีศพๆหนึ่งนอนตายอยู่เช่นกัน และเป็นอีกคนที่เข้ามาพร้อมพวกเขา