วารีเทพชำระโลกาตรวจสอบแท่นบูชาอยยู่ครู่หนึ่ง ก็หันมากล่าวกับต้วนหลิงเทียน
“ด่านทดสอบทำลานค่ายกล? ที่นี่มีค่ายกลจัดตั้งไว้ด้วยหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนตกใจ เพราะเขาไม่อาจรับรู้ถึงความผิดปกติใดๆได้เลย
“มี”
วารีเทพชำระโลกากล่าว “เสี่ยวเทียนเจ้าจะไม่รู้สึกผิดปกติใดๆก็ไม่แปลก เพราะค่ายกลนี่มิใช่ค่ายกลโจมตี ป้องกัน หลอนประสาท แต่มันเป็นค่ายกลที่ไม่ส่งผลกระทบใดๆต่อผู้คน แค่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมเล็กๆน้อยถึงขั้นไร้สำคัญ”
“เพียงแค่จำนวนค่ายกลที่ว่ามันมากมายมหาศาลนัก ยังส่งเสริมกันอย่างแยบคาย ก่อให้เกิดเป็นพลังอำนาจที่ปิดกั้นไม่ให้ทุกคนออกไปจากที่นี่ได้”
“หากจะระบุรูปแบบค่ายกลนี้…ก็ถือเป็นค่ายกลกักขังประเภทหนึ่งก็ได้”
วารีเทพชำระโลกากล่าว
“แล้ววมีวิธีฝ่าออกไปไหม?”
ต้วนหลิงเทียนเอ่ยถามเข้าประเด็นสำคัญ
“เรื่องง่ายๆ”
หลังจากนั้นภายใต้การชี้แนะของวารีเทพชะระโลกา ต้วนหลิงเทียนก็เดินเตร็ดเตร่ไปมาทั่วแท่นบูชา เตะตรงนั้นที ตบตรงนู้นที แลดูคล้ายคนว่างจัดเล่นไร้สาระไปเรื่อย แต่ทว่าไม่ถึง 1 เค่อก็บังเกิดผลลัพธ์อัศจรรย์ให้เห็น!
“เรียบร้อย”
หลังทำลายค่ายกลคุมขังได้สมบูรณ์ ก็ปรากฏประตูหนึ่งบานผุดโผล่ขึ้นมากลางอากาศเหนือแท่นบูชา พอประตูดังกล่าวเปิดออก ทุกคนก็แลเห็นแต่ความมืดดำ ไม่ทราบว่าประตูดังกล่าวจะนำไปสู่ที่ใด…