“ด้วยพลังอ่อนด้อยเพียงเท่านี้ของเจ้า กลับเสล่อเข้ามาทดสอบรับสมญานามในวิหารเฟิงฮ่าว…ช่างวอนหาที่ตายโดยแท้!”
“ตอนแรกหากมิใช่เพราะติดข้อตกลงที่ต้องร่วมมือกัน ข้าคงฆ่าเจ้าตายคามือไปแล้ว!”
เมื่อเห็นว่าต้วนหลิงเทียนปรากฏตัวออกมาเป็นคนสุดท้าย จี้เฉวียนจึงคิดว่าพลังฝีมือของต้วนหลิงเทียนนั้นอ่อนด้อยมาก หาไม่แล้วไฉนถึงได้ใช้เวลานานนักกว่าจะโผล่ออกมาได้?
ด้านต้วนหลิงเทียนที่พึ่งออกมา พอได้ยินวาจาดังกล่าวของจี้เฉวียน เขาก็หันไปเหลืบอมองมันด้วยสายตาเฉยเมยกล่าวคำอย่างไม่รีบไม่ร้อนว่า “เจ้าก็ลองดู”
ดูจากท่าทางหยิ่งผยองลำพองของจี้เฉวียน ต้วนหลิงเทียนไหนเลยจะไม่รู้ว่าในหัวมันคิดอะไรอยู่?
“ให้ข้าลอง? ข้ากลัวว่าเจ้าจักทนมือทนตีนข้าไม่ไหว ตกตายไปเปล่าๆ!”
จี้เฉวียนกล่าวเย้ยหยันด้วยรอยยิ้มแสยะ “ที่สำคัญอย่างไรตอนนี้ก็ได้เข้ามาในด่านทดสอบแล้ว จำนวนคนก็มิจำเป็นต้องเป็น 5 อีกต่อไป…กล่าวไป ข้าเองขอแค่ฆ่าอีก 2 คนก็จักถูกส่งตัวออกจากสถานที่ทดสอบทันที เช่นนั้นหลังจากฆ่าเจ้าทิ้งต่อให้เกิดปัญหาอะไรในด่านทดสอบย่อยแห่งนี้ ข้าก็แค่เลือกฆ่าพวกมันอีกสักคน ก็สามารถออกจากที่นี่ไปรับสมญานามได้ทันที!”
พอเสียงของจี้เฉวียนดังจบคำ พลังดีแดงฉานปานโลหิตก็ทะลักออกมาจากร่างของมันมหาศาล ปลดปล่อยกลิ่นอายพลังทำลายล้างอันน่าพรั่นพรึง สะท้านสะเทือนไปทั่วแท่นบูชา!
ปงงงงง!!