ในขณะที่ลอบกล่าวอย่างทอดถอนในใจ ต้วนหลิงเทียนก็หลอมเกลาทั้งดูดซับพลังที่แผ่ออกมาจากโลกใบเล็กไม่หยุด
และนั่นก็คือสารัตถะของต้นไม้เทพสนหลิว
ระหว่างหลอมสารัตถะของต้นไม้เทพสนหลิว ต้วนหลิงเทียนก็สัมผัสได้ชัดเจนว่าสารัตถะที่ผ่านการหลอมเกลาแล้วมันเริ่มผสานหลอมรวมไปกับร่างกายเขาอย่างแยกไม่ออก
และกลิ่นอายพลังของมันก็ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมสำหรับเขาเลย เรียกว่ามันเป็นกลิ่นอายพลังชีวิตของฝานฉีที่เขาฆ่าตายไปก่อนหน้านี้
ฝานฉี ก็คือต้นไม้เทพสนหลิวที่ถูกเขาใช้พลังของพฤกษาเทพกำเนิดชีพดูดกลืนสารัตถะมานั่นเอง อีกฝ่ายเป็นต้นไม้เทพสนหลิวที่จำแลงกายเป็นมนุษย์ได้สำเร็จ ยังเป็นถึงศิษย์อัจฉริยะที่ร้ายกาจคนหนึ่งของวังเทียนฉือ…
“ร่างอวตารกฏของต้นไม้เทพสนหลิวหรือ…ช่างน่ารอดูชมจริงๆ”
จนถึงตอนนี้ต้วนหลิงเทียนก็ยังไม่เข้าใจว่าร่างอวตารกฏมันคืออะไรกันแน่ เพราะวารีเทพชำระโลกาก็ยังไม่ได้อธิบายให้เขาฟังมากมาย เพียงบอกว่าหลังเขาหลอมสารัตถะแล้วเสร็จ พอควบรวมพลังสร้างร่างอวตารกฏได้เขาก็จะเข้าใจเอง..
ดังนั้นเขาจึงบังเกิดความตั้งหน้าตั้งตารอดูชมร่างอวตารกฏที่ว่าพอสมควร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเขาต้องหลอมสารัตถะของต้นไม้เทพสนหลิวให้เป็นส่วนหนึ่งของเขาเสียก่อน
“พี่สาวสุ่ย ว่าแต่ในเมื่อข้าสร้างร่างอวตารกฏของต้นไม้เทพสนหลิวได้ เช่นนั้นข้าสามารถสร้างร่างอวตารกฏของพฤกษาเทพกำเนิดชีพได้หรือไม่?”