ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เขาคงไม่มีทางหลอมสารัตถะของพฤกษาเทพกำเนิดชีพได้สำเร็จ ต่อให้ทำได้จริงเขาก็ไม่คิดจะทำแน่…เพราะหลังจากที่ฟังวารีเทพชำระโลกาแล้ว หากเขาหลอมสารัตถะของพฤกษาเทพกำเนิดชีพได้ ไม่ใช่เขาจะกลายเป็น ‘พระถังซัมจั๋ง’ ในไซอิ๋ว ที่ใครๆก็อยากเฉือนเนื้อไปหม่ำสักชั่ง ดื่มเลือดสักชามก็ยังดีหรือไร?
‘ไม่รู้อีก 4 คนที่เหลือจะเป็นไงกันบ้าง’
ในขณะที่หลอมสารัตถะของต้นไม้เทพสนหลิว ต้วนหลิงเทียนก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่โถมเข้าร่างเขาทุกอณูชัดเจน
เขารู้ว่าป่านนี้ไม่พ้นอีก 4 คนที่เหลือรวมถึงเมิ่งห่าวซวนต้องกำลังหาทางออกจากพื้นที่ปิดทำนองนี้เป็นแน่
เพราะหากไม่อาจหาหนทางออกไปได้ทัน สุดท้ายก็ต้องถึงจุดที่ไม่อาจทานทนแรงกดดันได้ไหว ถูกแรงกดดันพลังโดยรอบป่นปี้จนแหลกเป็นซากเนื้อเลอะเลือนกองอยู่ที่นี่ไปตลอดกาล…
…
ณ อู๋หยาเทียน
วังเทียนฉือ
“ศิษย์พี่หานอวิ๋นจิ่น…”
ณ เขตที่อยู่อาศัยของของจักรพรรดิอมตะฟ้าลี้ลับ หานอวิ๋นจิ่นที่ออกจากการปิดด่านเพระถูกเรียก พอเดินออกไปนอกลานที่พักบ่มเพาะ ก็พบเจอร่างเหนือความคาดหมายหนึ่งรออยู่
“เหลยจวิ้น?”
เห็นร่างผู้มาเยือนคนนี้ หานอวิ๋นจิ่นอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วย่นเป็นปม
ผู้มาเยือนที่ว่า สำหรับมันก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าอะไร เพราะอีกฝ่ายก็คือนายน้อยของตำหนักลองกระบี่ เหลยจวิ้น ศิษย์ลำดับที่ 2 รวมถึงลูกชายคนเดียวของจักรพรรดิอมตะไร้ใจเหลยอิงจ้าวตำหนักลองกระบี่!