และในขณะที่สีหน้าหานอวิ๋นจิ่นเริ่มมืดดำค้ำลง เหลยจวิ้นก็รีบกล่าวสืบต่อว่า “ศิษย์พี่หานอวิ๋นจิ่น การต่อสู้ในอีก 3 ปีให้หลัง กระทั่งตัวท่านเองก็คงไม่ได้มั่นใจว่าจะชนะแน่กระมัง?”
กล่าวถึงจุดนี้ เหลยจวิ้นก็หยีตาเพ่งมองสบตาหานอวิ๋นจิ่นเขม็ง ราวกับจะมองทะลุถึงจิตใจหานอวิ๋นจิ่นได้
“เหลวไหล!”
หานอวิ๋นจิ่นแค่นคำเย้ยเยาะ “ข้า หานอวิ๋นจิ่น 1 ใน 5 ศิษย์อัจฉริยะแห่งวังเทียนฉือ…หรือยังต้องกลัวเด็กน้อยขนอุยอายุไม่ถึง 300 ปีคนหนึ่ง?”
“ศิษย์พี่หานอวิ๋นจิ่น กับข้า ท่านไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องพวกนี้หรอก…”
เหลยจวิ้นส่ายหัวไปมา “หากข้าเป็นท่าน ข้าเองก็ไม่กล้าพูดออกมาเต็มปากเหมือนกันว่ามั่นใจ นี่ก็เป็นปกติของผู้คน”
“เพราะสุดท้ายแล้วในเมื่อเจ้านั่นมันกล้าท้าประลองเป็นตายกับท่านในอีก 3 ปีให้หลังบนสังเวียนอัจฉริยะ ไม่ว่าจะทีเล่นทีจริงอะไรก็แล้วแต่…มันนับว่าไม่ธรรมดาจริงๆ”
“นอกจากนั้น จากที่ข้าติดตามดูต้วนหลิงเทียนผู้นี้มาแต่แรก ไม่แน่ว่าที่มันกระทำเช่นนี้เพียงเพื่อจะขู่ท่านอย่างเดียว…ดังนั้นท่านเองก็มีความเสี่ยงไม่ใช่น้อยๆ”
“ถึงข้าจะไม่รู้ว่าที่แท้ต้วนหลิงเทียนนั่นมันมีไพ่ตายอะไรซุกซ่อนไว้? หรือกลับกันต่อให้ข้าจะมั่นใจว่าสามารถฆ่ามันบนสังเวียนอัจฉริยะในอีก 3 ปีได้แน่ๆ…”
“ทว่าข้าก็ไม่คิดจะไม่ป้องกัน…กระทั่งข้ายังจะพยายามขจัดความเสี่ยงทั้งหมด!”