ทว่าการลงมือของเมิ่งห่าวซวนนั้นตรงไปตรงมา ทำให้มันรับทราบความสูงต่ำของอีกฝ่ายได้ประมาณหนึ่ง
“สหายท่านนี้ใจเย็นก่อน พวกเรามิได้มีเจตนาร้าย”
ในขณะที่ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กำลังจะลงมืออีกครั้ง เมิ่งห่าวซวนก็เร่งกล่าวออกมาเร็วไว “พวกเราเข้ามาหาท่าน เพียงเพราะคิดชวนท่านเข้าสู่ด่านทดสอบย่อยแห่งหนึ่งในสถานที่ทดสอบแห่งนี้”
“อ้อ?”
ได้ยินคำพูดของเมิ่งห่าวซวน ชายร่างสูงใหญ่บึกบึนที่กำลังจะออกกระบวนท่าอีกครั้ง ก็หยุดมือลง ทว่าสายตายังจับจ้องมองต้วนหลิงเทียนกับเมิ่งห่าวซวนไม่วางตา พลังยังคงโคจรพร้อมพรั่ง สภาวะต่อสู้ไม่คลาย สามารถลงมือได้ทุกเวลา
เรื่องนี้ต้วนหลิงเทียนกับเมิ่งห่าวซวนไม่แปลกใจอะไร กระทั่งยังเข้าใจความระวังตัวของอีกฝ่าย เลือกที่จะหยุดร่างห่างไกลจากอีกฝ่ายประมาณหนึ่ง จากนั้นก็เผยท่าทีสงบไร้จิตต่อสู้
“ข้ามาจาก ขุนเขากระบี่ฟ้า ขุมกำลังระดับสวรรค์ของจี้เมี่ยเทียน เมิ่งห่าวซวน”
เมิ่งห่าวซวนที่หยุดมองชายหนุ่มร่างใหญ่ด้วยท่าทางไม่มีพิษมีภัยกล่าวแนะนำชื่อตัวเองรวมถึงความเป็นมาด้วยรอยยิ้มมากอัธยาศัยก่อน ค่อยผายมือไปทางต้วนหลิงเทียนและกล่าวแนะนำออกมา “ส่วนสหายที่มากับข้าด้านนี้คือต้วนหลิงเทียนจากวังเทียนฉือของอู๋หยาเทียน”
“ข้ากับสหายต้วน พวกเราก็พึ่งจะเจอกันเมื่อไม่กี่วันก่อน…ด่านทดสอบที่ว่าเป็นข้าพบเจอโดยบังเอิญ สหายต้วนก็คือคนแรกที่ข้าพบเจอและชักชวนมาได้”
เมิ่งห่าวซวนกล่าว