บต้วนหลิงเทียน แต่ยังหาข้ออ้างในการสู้กับต้วนหลิงเทียนในที่แจ้งได้อย่างชอบธรรม ว่าทำเพื่อศิษย์วังเทียนฉือทั้งมวล
ได้ยินคำพูดของหานอวิ๋นจิ่น ลูกตาต้วนหลิงเทียนก็หรี่ลงเล็กน้อย
‘ดูเหมือนหานอวิ๋นจิ่นก็ไม่ใช่คนถือดีจนลำพองตัว…ก็นะ อย่างไรเสียมันก็เป็นถึง 1 ใน 5 ศิษย์อัจฉริยะของวังเทียนฉือ หากแค่นี้ลวงมันไปฆ่าได้ก็คงแปลก’
ต้วนหลิงเทียนลอบกล่าวในใจอย่างไม่คิดอะไรมาก
“เช่นนั้นไม่ต้องเป็น 1 ปี แต่ข้าจะยืดเวลาให้เจ้า 3 ปีดีหรือไม่? หลังจากผ่านไป 3 ปีแล้ว เจ้ากับข้าพวกเรามาตัดสินกันว่าผู้ใดจะอยู่ผู้ใดจะไปบนสังเวียนอัจฉริยะแห่งนี้เป็นไง?”
หานอวิ๋นจิ่นกล่าวออกมาอีกครั้ง และยังเป็นฝ่ายยื่นข้อเสนออีกด้วย และพอกล่าวถึงจุดนี้มุมปากก็ยกยิ้มประชดประชันขึ้นมาอย่างท้าทาย ค่อยกล่าวต่อว่า “แน่นว่าหากเจ้าไม่กล้า เจ้าก็สามารถปฏิเสธข้าได้!”
“3 ปีรึ?”
ใจต้วนหลิงเทียนจมลง
นับประสาอะไรกับ 3 ปี ต่อให้เป็นตอนนี้ หากลวงหานอวิ๋นจิ่เข้าสู่แดนสิ้นหวังเทียนฉือหรือไปสู้ในที่ลับตาได้ เขาสามารถใช้เทพเบญจธาตุเข่นฆ่ามันได้ไม่ยากเย็น ทว่าหากลงมือในที่แจ้ง ก็มีแต่จะเป็นการป่าวประกาศเรื่องที่ในร่างเขามีเทพเบญจธาตุเท่านั้น
หากสู้ในที่ลับตาอยย่างแดนสิ้นหวังเทียนฉือ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครเห็น
แต่ถ้าสู้กันในที่แจ้งอย่างบนสังเวียนอัจฉริยะแห่งนี้ เขาไม่อาจใช้เทพเบญญจธาตุได้ เพราะมันจะถูกจักรพรรดิอมตะสมญานามทั้งหลายพบบเจอทันที
ถึ