แม้แต่อาวุโสตำหนักลองกระบี่เอง ก็ตกใจกับคำพูดของฝานฉี จึงเอ่ยถามออกมาโดยไม่รู้ตัว
เรื่องแบบนี้มันต้องระวังให้มาก หากเผลอปล่อยไก่ทำอะไรผิดพลาดขึ้นมา มันที่เป็นแค่อาวุโสตำหนักลองกระบี่คนหนึ่งคงรับผิดชอบไม่ไหว
“ใช่”
ฝานฉีกล่าวตอบเสียงดังฟังชัด “ขอให้ศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งหลายในที่นี้เป็นพยาน!”
ได้ยินคำตอบของฝานฉี โดยรอบก็เริ่มฮือฮาอีกครั้ง
ตอนแรกที่ฝานฉีพูดออกมา อาจมองว่ามันพูดลอยๆหรือพูดเล่นได้
แต่ตอนนี้ ด้วยมีอาวุโสตำหนักลองกระบี่ถามซ้ำ ก็ไม่ต่างอะไรกับยืนยันเจตนาว่าเป็นจริง
“ต้วนหลิงเทียน ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่ดีแต่ปาก…”
ตอนนี้เองหานอวิ๋นจิ่นก็หันไปมองต้วนหลิงเทียนด้วยยสายตาเฉยเมย ก่อนจะเหินร่างจากไปกับเซียวฉงอี้ แน่นอนว่าก่อนไปสีหน้าแววตามันยังเต็มไปด้วยความดูแคนหยามหยัน
ต้วนหลิงเทียนจะมองไม่เห็นเจตนาของมันได้หรือ?
แต่แล้วยังไง?
หรือเขาต้วนหลิงเทียนต้องกลัวฝานฉีด้วย?
“ศิษย์น้องเล็กอย่าได้บ้าจี้ตามมัน!”
ศิษย์พี่ 6 หงเฟยหันไปมองกล่าวกับต้วนหลิงเทียนด้วยสีหน้าจริงจังเสียงขรึม
มันย่อมรู้ดีว่าหานอวิ๋นจิ่นเป็นใคร นั่นคือ 1 ใน 5 ศิษย์อัจฉริยะระดับแนวหน้าของวังเทียนฉือ ในเมื่ออีกฝ่ายมั่นใจในตัวฝานฉีขนาดนี้ ก็เผยให้รู้ว่ามันเชื่อว่าฝานฉีต้องมีวิธีเอาชนะได้แน่!
“ศิษย์น้องเล็ก วันหน้าฟ้าใหม่ยังมีโอกาสให้เจ้าอีกมาก”