ต้วนหลิงเทียนลอยร่างออกมาเผชิญหน้ากับหานอวิ๋นจิ่น มองสบตาอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา ค่อยแสยะยิ้ม “งั้นเจ้าก็อย่างลืมบอกศิษย์น้องเจ้าเล่า ว่าให้มันระวังตัวให้มาก”
“พอดีข้าลงมือไม่ค่อยรู้หนักเบาเท่าไหร่…”
กล่าวถึงประโยคท้ายน้ำเสียงต้วนหลิงเทียนก็เยียบเย็นนัก
ถึงแม้เขาจะพึ่งพบเจอกับศิษย์พี่คนอื่นๆในด่านฉือหล่างไม่นาน แต่บรรยากาศในด่านฉือหล่างกลับทำให้เขารู้สึกสบายใจ คล้ายอยู่บ้านทุกคนแลดูสนิทใจเสมือนคนในครอบครัว
ตอนนี้ยังจะให้เขาสุภาพได้อย่างไรไหว เมื่อพบเจอกับศัตรูที่รังแกคนในครอบครัว?
“ฝานฉีมันไปเป็นศิษย์น้อง 4 ของเจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่?”
หูเหมยขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่านางพึ่งรู้เรื่องที่ฝานฉีไปเข้าร่วมกับจักรพรรดิอมตะฟ้าลี้ลับ และกลายเป็นศิษย์น้อง 4 ของหานอวิ๋นจิ่น…
“เรื่องพึ่งเกิดได้ 2 เดือน เจ้าจะไม่รู้ก็ไม่แปลกหรอก”
หานอวิ๋นจิ่นคลี่ยิ้มบางๆ
จากนั้นมันก็หันไปมองต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง กล่าวเคล้าเสียงหัวเราะเยียบเย็นว่า “หึหึ ไอ้หนู การท้าประลองศิษย์อัจฉริยะนั้น ยังสามารถเลือกรูปแบบการประลองได้ว่าจะให้เป็นการประลองตามปกติหรือการประลองเป็นตาย…ศิษย์น้อง 4 ของข้าย่อมพร้อมประลองเป็นตายกับเจ้า ว่าแต่เจ้าเล่ามีความกล้ารับคำท้าประลองเป็นตายหรือไม่?”
“หืม?”
ต้วนหลิงเทียนคลี่ยิ้ม “ข้าเกรงก็แต่ศิษย์น้องเจ้าจะไม่มีความกล้าเอ่ยท้ามากกว่า…หากมันกล้าท้า ข้าต้วนหลิงเทียนก็กล้ารับ!”
“ดี! ดีมาก!”