“ต้วนหลิงเทียน ข้าคิดไม่ถึงเลยจริงๆว่าที่แท้เจ้าจักมีความสามารถขนาดนี้…ความแข็งแกร่งของหลิวเจี้ยนไม่นับว่าธรรมดา แต่เจ้ากลับสามารถฆ่ามันได้!”
อาวุโสตำหนักลองกระบี่เริ่มเหินบินออกจากเกาะกลางมาหาต้วนหลิงเทียน จากนั้นก็มองกล่าวออกมาอย่างทอดถอนใจ
“ข้าแค่โชคดีน่ะ”
ต้วนหลิงเทียนยิ้มรับคำชมอย่างสุภาพ
โชคดี?
อย่างไรก็ตามคำพูดถ่อมตัวดังกล่าวของต้วนหลิงเทียน ไม่ว่าจะอาวุโสตำหนักลองกระบี่ก็ดี เหล่าศิษย์วังเทียนฉือคนอื่นๆที่มาชมดูการประลองก็ดี ล้วนเบ้ปากหน้าเบี้ยวกันเป็นแถบ ผู้ใดจะไปเชื่อ!
“ผู้อาวุโส ตอนนี้ข้าก็มีสิทธิ์ท้าประลองศิษย์อัจฉริยะอันดับ 1 ในช่วงอายุเดียวกับข้าแล้วใช่ไหม?”
ต้วนหลิงเทียนมองถามอาวุโสตำหนักลองกระบี่
“ย่อมมี”
อาวุโสตำหนักกลองกระบี่พยักหน้ารับเป็นมั่นเหมาะ “เดี๋ยวพอข้ากลับไป ข้าจะใช้ลูกแก้ววิญญาณที่มันฝากไว้ ติดต่อส่งคำท้าของเจ้าไป…หากมันตอบรับแล้วกำหนดวันประลองเมื่อใด ข้าจักติดต่อไปแจ้งให้เจ้าทราบทันที”
“และมันก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธคำท้าของเจ้า และหากมันปฏิเสธการต่อสู้โดยเลือกเพิกเฉยคำท้า เช่นนั้นเต็มที่อีก 3 เดือนหลังจากนี้ เจ้าก็จะได้รับตำแหน่งศิษย์อัจฉริยะอันดับ 1 ในช่วงอายุของเจ้าโดยไม่ต้องลงมือให้เหนื่อย”
อาวุโสตำหนักลองกระบี่กล่าว
“เช่นนั้นต้องรบกวนอาวุโสแล้ว”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า
“เอาล่ะ เมื่อไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อน…”