“ไอ้หนู ข้าจะบอกข่าวร้ายอะไรให้นะ ข้ามีคนอยู่ในคุกมืด”
หูสวีหร่านถ่ายทอดกระแสปราณบอกเจียงผิงอันด้วยน ้าเสียงมาดร้าย
เจียงผิงอันหันไปกล่าวกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาระเบียบข้างตัวเขา
“เมื่อครู่ คนผู้นี้ถ่ายทอดกระแสปราณบอกข้าว่าพวกเจ้าเหลวไหลไม่ได้เรื่องแน่ะ”
หูสวีหร่านนิ่งไป เขาไม่เคยเจอผู้ใดชั่วช้าสามานย์ได้เพียงนี้!
หูสวีหร่านขวัญผวาจนรีบอธิบาย “ใต้เท้า พวกท่านอย่าฟังเขาพูดเหลวไหลนะ ไม่มีเรื่องอะไรทั้งนั้น เด็กบ้านี่มันใส่ความข้า!”
“หากอยากอยู่กันดี ๆ พวกเจ้าก็อยู่เฉย ๆ ไป!”
เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาระเบียบชกหูสวีหร่านอย่างแรงด้วยสีหน้าบึ้งตึง
พวกเขาพิสูจน์ไม่ได้ว่าเจียงผิงอันพูดถูก แต่ก็พิสูจน์มิได้เช่นกันว่าเขาโกหก
ทั่วทั้งศาลาเติงเซียน ไร้ผู้ใดกล้าก่นด่าพวกเขาฝ่ายรักษาระเบียบ
จะจริงหรือไม่ ชกก่อนสักหมัดก็ไม่เสียหาย
หูสวีหร่านข่มเขี้ยวเคี้ยวฟัน อยากจะกินเลือดกินเนื้อเจียงผิงอันเสียเดี๋ยวนี้ “ฝากไว้ก่อนเถอะ!”
มารหมาป่าในเปลวเพลิงเทียมรถ ส่งทั้งสามสู่ค่ายกลเคลื่อนย้ายแห่งหนึ่ง
ศาลาเติงเซียนใหญ่โตเกินไป หากเหาะเหินกันอย่างเดียว ก็มิอาจบอกได้ว่ากี่วันคืนจึงไปถึงคุกมืด
ภพแห่งนี้มีทรัพยากรหนาแน่น เปิดค่ายกลเคลื่อนย้ายไว้ได้ตลอดโดยไม่รู้สึกเปลืองทรัพยากร
เมื่อผ่านค่ายกลเคลื่อนย้าย แสงสว่างก็ดับลงทันที ราวจมสู่รัตติกาลมืดดำ แทบไม่มีแสงสว่างใดอยู่เลย
ตรงหน้าคือความดำมืดซึ่งดูจะกลืนทุกแสงสว่างลงจน