แต่เป็นธรรมดาว่าด้วยสำนึกเทวะของนาง ย่อมสามารถจับสัมผัสความผันผวนของพลังวิญญาณจากร่างฮ่วนเอ๋อได้
อีกทั้งก่อนที่หลิงหูหยวนจะโดนคมมีดมิติทำร้าย นางก็โคจรพลังเซียนอมตะรอไว้แต่แรก จึงสามารถช่วยเหลือหลิงหูหยวนได้ทุกเมื่อ
และไม่ใช่ว่านางจ้องแต่จะช่วยหลิงหูหยวนคนเดียว หากเมื่อครู่เป็นฮ่วนเอ๋อตกที่นั่งลำบากนางก็จะช่วยเช่นกัน
นางมีศิษย์อัจฉริยะไม่กี่คนเท่านั้น ย่อมไม่ต้องการให้ใครเป็นอะไรไปแน่นอน
‘หลิงหูหยวนเจอดีไปแบบนั้น ต่อไปคงไม่กล้าดูเบาฮ่วนเอ๋ออีก…’
ต้วนหลิงเทียนที่ลอยร่างอยู่วงนอกชมดูหลิงหูหยวนเลือดโชกด้วยสายตาเฉยเมย ทั้งหมดเป็นเพราะนางประมาทฮ่วนเอ๋อเกินไป
“พลังฝีมือของศิษย์น้องเล็กร้ายกาจขนาดนี้เชียวหรือ!?”
เหลยจวิ้นประหลาดใจไม่น้อย
“ที่น่ากลัวคือทักษะวิญญาณเมื่อครู่ต่างหาก สามารถสะกดร่างศิษย์น้องหญิง 3 ได้ชะงัดเลยทีเดียว”
ลูกตาของซีเหมินหลิงเจี๋ยหดเล็กลง สีหน้าเผยความจริงจังให้เห็น
“ศิษย์น้องเล็ก”
หลิงหูหยวนที่เค้นพลังชั่วชีวิตฉากร่างหลบออกไปไกลตาได้ทันเฉียดฉิว สีหน้าของนางมืดลงอย่างเห็นได้ชัด ไร้ซึ่งรอยยิ้มใดๆสืบไป กระทั่งแววตายังฉายชัดถึงความจริงจัง “เป็นข้าดูเบาเจ้าเกินไปแล้วจริงๆ”
“เช่นนั้นต่อไปเจ้าจงระวังให้ดี ข้าไม่คิดออมรั้งยั้งมืออันใดอีก!”
ท้ายประโยค เสียงกล่าววาจาของหลิงหูหยวนก็หนักขึ้นไม่น้อย
“ไม่มีผู้ใดขอให้เจ้าออมมือแต่แรก”