แน่นอนว่าถึงแม้ฮ่วนเอ๋อจะสามารถใช้เคลื่อนมิติหลบการโจมตีของนางได้ แต่หลิงหูหยวนก็มั่นใจว่าสามารถไล่ตามฮ่วนเอ๋อได้ทันแน่ ก็แค่มันต้องใช้เวลามากหน่อยเท่านั้น
แต่นางไม่อยากเสียเวลามากขนาดนั้น
“ข้าเกรงว่าหากข้าไม่ใช่เคลื่อนมิติ เจ้าจะทนรับมือข้าได้ไม่นาน”
เสียงไม่แยแสของฮ่วนเอ๋อดังขึ้น ทำให้ทุกคนไม่เว้นต้วนหลิงเทียนถึงกับอึ้ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้วนหลิงเทียน มุมปากเขาถึงกับกระตุกไปตงิดๆ
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ฮวนเอ๋อเรียนรู้จะพูดวาจาทำนองดังกล่าว?
อีกทั้งฟังจากถ้อยคำของฮ่วนเอ๋อแล้ว ต้วนหลิงเทียนรู้สึกเสมือนเดจาวูอย่างไรชอบกล เพราะวาจาประโยคนี้มันช่างคลับคล้ายคลับคลาเหมือนว่าเขาจะเป็นคนพูดอย่างไรอย่างนั้น
“โฮ่? เช่นนั้นข้าอยากดูชมนัก! ว่าข้าจักทนรับเจ้าไม่ได้นานเช่นไร!!”
ได้ยินวาจาดังกล่าวของฮ่วนเอ๋อ เรียกว่าหลิงหูหยวนวีนแตกแล้วจริงๆ ทันใดนั้นเสียงของสายลมที่ดังเข้าหูต้วนหลิงเทียนและคนอื่นๆ ก็รุนแรงขึ้นยิ่งกว่าครั้งใด!
วูบ!
ร่างฮ่วนเอ๋อพลันปรากฏตัวสู่สายตาทุกคนอีกครั้ง เป็นนางหยุดใช้เคลื่อนมิติหลีกหลบจริงๆ
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ดวงตาของนางกลับทอแสงสีขาวขึ้นมาเรืองๆ และทันใดนั้นเองด้านหลังฮ่วนเอ่อพลันปรากฏเงาร่างจิ้งจอก 9 หางสีขาวราวหิมะตัวเขื่องประหนึ่งขุนเขาย่อมๆขึ้นมา! ทั่วร่างจิ้งจอกตัวเขื่องยังเปล่งกลิ่นอายเยียบเย็นปานจะแช่แข็งผู้คน!!
วิ้งงง!!