ตอนนั้น เมื่อเหลยอิงเห็นจักรพรรดิสวรรค์มีน้ำโห นางจึงตัดสินใจลงมือเร็วไว เข่นฆ่ามันทิ้งอย่างรวบรัดหมดจด ไม่รอให้จักรพรรดิสวรรค์ทันได้พูดอะไร จึงแก้ไขสถานการณ์เอาไว้ได้
“เหลยอิง นั่นมันเหตุสุดวิสัยนี่นา…ตอนที่ข้ามอบมันให้เจ้าไป ข้ารู้จักแค่ชื่อมันเท่านนั้นเอง ข้าจะไปรู้ได้ยังไงว่ามันมีนิสัยใจคออย่างไร ทั้งจะไปรู้เหรอว่าวันหนึ่งมันจะถึงกับกล้าไปอวดเบ่งต่อหน้าใต้เท้าจักรพรรดิสวรรค์?”
ฉือหล่างชักสีหน้าตัดพ้อเหมือนคนไม่ได้รับความยุติธรรม กล่าวออกด้วยน้ำเสียงคับข้องใจ “เจ้าลองถามตัวเองดู ว่าวันนั้นเป็นข้าตระหนี่กับเจ้าหรือไม่?”
“เช่นนั้นวัน…”
ฉือหล่างที่คิดจะกล่าวเรียกร้อง ก็ถูกเหลยอิงพูดขัดขึ้นมาเสียก่อน “พอ! เจ้าไปดูการทดสอบของพวกมันกับข้า…แต่หนึ่งในนั้นจะเต็มใจไปกับเจ้าหรือไม่ ล้วนไม่เกี่ยวกับข้า!”
“ได้ๆๆ ไม่มีปัญหา!”
ฉือหล่างคลี่ยิ้มร่า เปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจ “เจ้าแค่ปล่อยคนก็พอ ที่เหลือข้าจัดการได้หน่า!”
ที่ไฉนเหลยอิงไม่ได้เข้าไปยังตำหนักลองกระบี่พร้อมพวกต้วนหลิงเทียนกับคนอื่นๆ เป็นเพราะได้รับข้อความจากฉือหล่าง จึงยืนรออยู่ที่นี่
ในเมื่อฉือหล่างมาแล้ว แถมตกลงกันได้แล้ว เหลยอิงก็ก้าวเข้าตำหนักลองกระบี่ไปเช่นกัน