“ด้วยความสำเร็จของทั้งคู่ในวัยไม่ถึง 300…หากเข้าสู่วังเทียนฉือได้ ไม่พ้นต้องได้รับการดูแลส่งเสริมอย่างดีแน่นอน น่าอิจฉาจริง”
“อิจฉาไปก็เท่านั้น…ใครใช้ให้พวกเราอ่อนด้อยกว่าผู้อื่นเขาเล่า? จะอย่างไรก็แล้วแต่ ข้ายอมรับพวกมันเลยจริงๆ…ช่างร้ายกาจกันนัก!”
“เหอะๆ ผู้ใดไม่ยอมรับก็แย่แล้ว มารดามันอายุไม่ถึง 300 ทีกลับมีพลังฝีมือสูงส่งอลังการ…ข้าว่าให้มองไปทั่ววังเทียนฉือ เกรงว่าคนที่มีวัยเท่าพวกมันแล้วร้ายกาจได้เท่าพวกมันก็คงมีไม่มากนักหรอก”
“เรื่องของเรื่องก็คืออัจฉริยะในวังเทียนฉือที่สมควรมีไม่กี่คนนั่น ไม่พ้นต้องถูกวังเทียนฉือปลูกฝังมาตั้งแต่ยังเยาว์ แต่ทั้งคู่ในเมื่อมาเข้ารับการทดสอบแบบนี้ ไม่พ้นต้องไร้ขุมกำลังระดับสวรรค์ขุมใดหนุนหลังและป้อนทรัพยากรให้มาก่อน…ข้าไม่ทราบจริงๆพวกมันบ่มเพาะมาถึงจุดนี้ได้ยังไง”
“ข้าว่าทั้งคู่คงไปประสบชะตาปฏิหาริย์อะไรมาแน่นอน!”
“จริง อย่างน้อยๆวาสนาที่พานพบโดยบังเอิญของทั้งคู่ ก็ต้องเป็นระดับมรดกของจักรพรรดิอมตะสมญานาม!”
…
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับผู้คนที่กล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม สำหรับฮ่วนเอ๋อนั้น ไม่แม้แต่จะเหลือบแลผู้ใดเลย
และไม่นาน การทสอบรอบที่ 2 ก็เริ่มต้นขึ้น
บททดสอบรอบที่ 2 เป็นการทดสอบไหวพริบและความสามารถในการเอาตัวรอด…500 คนแรกที่สามารถฝ่าค่ายกลออกมาได้ก่อน ก็จะเข้าสู่บททดสอบรอบที่ 3 ทันที