ก่อนที่จูเก่อฟงจะจากไป ก็ได้บอกรายละเอียดเรื่องยอดเขาก้านเจี้ยงให้ต้วนหลิงเทียนแล้ว ว่าจุดไหนเหมาะแก่การบ่มเพาะฝึกปรือมากที่สุด
และยอดเขาก้านเจี้ยงนั้นแต่เดิมก็มีจูเก่อฟงอาศัยอยู่คนเดียว
ด้วยเหตุนี้พลังวิญญาณฟ้าดินในยอดเขาก้านเจี้ยง จึงถือว่าหนาแน่นบริบูรณ์กว่ายอดเขาท่ายอามาก
และในที่สุดหลังเดินขึ้นเขามาถึงบริเวณกลางๆ ต้วนหลิงเทียนก็พบว่าริมทางเดินขึ้นเขา มีแท่นศิลาเล็กๆทรุดโทรมไม่สะดุดตาแจ้งบอกว่ามีที่พักอยู่ เขาจึงเดินออกนอกเส้นทางขึ้นเขาและลองไปดูทันที
ด้านหลังแท่นศิลาไปก็เป็นเส้นทางเดินแคบๆที่มีหญ้าขึ้นรกทอดยาวไปหลายสิบลี้ เปลี่ยวร้างวังเวงอย่างยิ่ง! แต่พอผ่านช่องทางแคบๆดังกล่าวมา ก็พบหน้าผาเปิดโล่งแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยไอหมอก และบริเวณผนังริมผาที่ว่าก็มีถ้ำให้เห็น ต้วนหลิงเทียนที่ลองแผ่สำนึกเทวะไปตรวจสอบก็พบว่าเป็นถ้ำที่ขุดลึกไปในผนังริมผาด้วยฝีมือของผู้คน จนด้านในโพรงถ้ำมีห้องหับมากมายไม่ต่างจากบ้านหลังหนึ่ง
และเนื่องจากสถานที่แห่งนี้แลดูลึกลับซับซ้อนทั้งไม่ค่อยเป็นจุดสังเกตอย่างแรง ต้วนหลิงเทียนจึงเลือกให้มันเป็นสถานที่ๆเขาจะใช้พักและบ่มเพาะพลังในยอดเขาก้านเจี้ยงแห่งนี้
วู้ม! ฟิ่ว! ฟู่วว!
…