“พลังฝีมือเจ้าก็นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว…น่าเสียดายที่พรสวรรค์ของเจ้ามันย่ำแย่กว่า ฉางเหิง บิดาเจ้าหลายขุม น่าเสียดายหากฉางเหิงไม่ได้ตกตายไปวันนั้น ป่านนี้อย่างน้อยๆมันก็สมควรกลายเป็นจอมราชันอมตะสมญานามไปแล้ว ไม่แน่ยังอาจจะเหนือกว่านั้นเสียอีก!”
เหอเทียนฉุนกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเย้ยเยาะ
ด้านชายชราที่บัดนี้บาดเจ็บสาหัสจนเลือดไหลย้อยที่มุมปาก ร่างสั่นเทิ้มไปเล็กน้อย สองตาฉายแววเด็ดเดี่ยวคิดสู้แลกชีวิตกับเหอเทียนฉุน!
ทว่าทันใดนั้นเอง ต้วนหลิงเทียนพลันก้าวออกมา “ผู้อาวุโส ให้ข้าเอง”
ต้วนหลิงเทียนลอยร่างมาหยุดเบื้องหน้าชายชรา เหลือบมองไปยังเหอเทียนฉุนด้วยสายตาเฉยเมย บนใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆให้เห็น
“เจ้าเป็นผู้ใด?”
เหอเทียนฉุนขมวดคิ้วเป็นปม เมื่อเห็นต้วนหลิงเทียน
“ผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อยของคฤหาสน์เฉวียนโยวคนปัจจุบัน ต้วนหลิงเทียน”
ต้วนหลิงเทียนกล่าว
“ต้วนหลิงเทียน?”
แรกได้ยินเหอเทียนฉุนก็นิ่งไปวูบหนึ่ง ต่อมาจึงตระหนักได้ว่า “เจ้าก็คือต้วนหลิงเทียน…ที่แสดงผลงานเลิศล้ำในแดนสวรรค์ใต้โบราณระดับกลางเมื่อ 200 ปีก่อนน่ะรึ?”
ชื่อต้วนหลิงเทียน ผู้นำตระกูลเหอ อย่างเหอเทียนฉุนก็เคยได้ยินผ่านหูมาบ้าง
อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้ยึดถือต้วนหลิงเทียนเป็นจริงจังอะไร คิดว่าเป็นแค่อัจฉริยะรุ่นเยาว์คนหนึ่งเท่านั้น