ตอนแรกนั้น ก่อนที่ซูหลี่จะได้รับสืบทอดมรดกของยอดฝีมือสายเฉิงหยิ่งที่บรรลุถึงขอบเขตเทพบนระนาบเหยียนหวง มันก็ต้องผ่านบททดสอบที่ยอดฝีมือผู้นั้นตั้งเอาไว้ก่อน
ในบรรดาบททดสอบทั้งหลาย ยังมีบททดสอบเกี่ยวกับลาภยศสรรเสริญรวมถึงความงาม มีเพียงเห็นทุกสิ่งเป็นดั่งหมอกควันเท่านั้น จึงจะสามารถผ่านบดทดสอบดังกล่าวได้
แค่ด่านทดสอบลาภยศสรรเสริญ ก็ไม่ทราบว่าสามารถหยุดผู้คนไปแล้วกี่หมื่นพัน
บางครั้งซูหลี่ถึงกับคิดว่า หากไม่ใช่เพราะทั้งชีวิตมันทุ่มให้กับการฝึกกระบี่ จนใจคล้ายหินก้อนหนึ่ง บางทีมันอาจจะไม่ได้รับสืบทอดมรดกของยอดฝีมือผู้นั้นมาก็ได้
“ต้วนหลิงเทียน ฮ่วนเอ๋อ นี่คือประตูขึ้นสู่ยอดเขาท่ายอา…หลังจากจุดนี้ไปจะมีอาคมห้ามบินแล้ว พวกเราต้องเดินขึ้นไป”
เบื้องหน้าประตูสู่ยอดเขานั้น มีศิลาที่แกะสลักเป็นรูปกระบี่ตั้งอยู่ กงซุนจิ้งที่เหินร่างนำก็ร่อนลงพื้นเบื้องหน้ามันก่อนใคร “ที่นี่ต่อให้เป็นจักรพรรดิอมตะยังบินไม่ได้”
เมื่อเข้าใกล้ประตูสู่ยอดเขาที่ว่า ต้วนหลิงเทียนก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันหนึ่งในบรรยากาศ และแรงกดดันที่ว่าก็ไม่หายไปจนเขาโรยตัวลงไปยืนบนพื้น
“ยอดเขาท่ายอา…”
ต้วนหลิงเทียนมองไปยังแท่นศิลารูปทรงกระบี่ ก็พบว่ามีการสลักอักษร ยอดเขาท่ายอา เอาไว้ ตัวอักษรแลดูสง่างามน่าเกรงขามให้ความรู้สึกประหนึ่งหงส์ร่อนมังกรร่ายรำ