สองตาอวี่เจี้ยนเฉิงเปล่งประกาสว่างจ้า รู้สึกชื่นชมต้วนหลิงเทียนจากใจ “ไม่น่าแปลกใจเลยที่ไฉนเจ้าสามารถทำลายสถิติของ 2 บททดสอบที่ข้าสร้างทิ้งไว้เมื่อ 20,000 ปีลงได้…ความแข็งแกร่งของเจ้าในตอนนี้ เหนือกว่าข้าตอนเข้าสู่แดนลับอัจฉริยะในปีนั้นมากนัก”
“ยิ่งไปกว่านั้น ตอนข้าเข้าแดนลับอัจฉริยะ อายุของข้าก็ปาเข้าไปเกือบพันปีแล้ว…แต่เจ้ายังมีอายุไม่ถึง 300 ปีด้วยซ้ำ”
กล่าวถึงจุดนี้ อวี่เจี้ยนเฉิงก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้
“ประมุขอวี่กล่าวชมเกินไปแล้ว”
สีหน้าท่าทีของต้วนหลิงเทียนยังคงสงบไม่แปรเปลี่ยน เพราะเขาสามารถมองออกแต่แรก ว่าเมื่อครู่อวี่เจี้ยนเฉิงคิดทดสอบเขาเท่านั้น กระบี่ที่พุ่งเข้ามานั่น…มันไม่มีจิตมุ่งร้ายแม้แต่นิดเดียว
“เจ้าต้องการเข้าร่วมสายใดของนิกายกระบี่หมื่นหายนะเราหรือ? หากไม่รังเกียจ สายท่ายอาของข้าก็ยินดีต้อนรับเจ้า”
อวี่เจี้ยนเฉิงคลี่ยิ้มสดใส
“เพ่ย!!”
ต้วนหลิงเทียนยังไม่ทันได้ตอบคำอะไร เสียงสบถเย็นชาหนึ่งก็ดังขึ้นในโถงใหญ่ จากนั้นอยู่ๆก็ปรากฏร่างชายชราผ่ายผอมขึ้นอย่างกะทันหัน
เป็นชายชรามาในชุดหรูหรา แต่แลดูหลวมๆไม่พอดีตัว แม้เส้นผมขนคิ้วจะเป็นสีขาวโพลน แต่ใบหน้ากลับแลดูอ่อนวัยปานเด็กน้อย สองตาทอประกายสดใสปานดวงดารา
“ท่านปู่!”
พอเห็นชายชราผู้โผล่มาปานภูตผี กงซุนจิ้งก็รีบประสานมือโค้งคารวะทันที
“ปรมาจารย์กงซุน”
ซูหลี่ยังทำความเคารพชายชราที่มาใหม่เช่นกัน