สำหรับมังกรชั่วร้ายทั้ง 2 ตัวนั่น ต้วนหลิงเทียนก็รู้สึกขอบคุณพวกมันไม่น้อย เพราะหากพวกมันไม่ป่อให้เขาเข้ามาก่อน เกรงว่าคงไม่มีทางที่เขาจะรับโชควาสนาครั้งนี้ได้เลย
“มังกรชั่วร้ายรึ?”
ทันใดนั้นเองเสียงสตรีที่นุ่มนวลหากแต่แฝงความเฉลียวฉลาดพลันดังขึ้นในร่างต้วนหลิงเทียน “เสี่ยวเทียน เจ้าให้พวกมันเข้ามาอยู่ในโลกใบเล็กของเจ้าประเสริฐกว่า เพราะเจ้าสามารถเลี้ยงพวกมันไว้ในโลกใบเล็กของเจ้า และอาจทำให้พวกมันเป็นสัตว์องครักษ์ของเจ้าได้”
“พี่สุ่ย…ปัญหาก็คือพวกมันไม่อยากเข้ามาในโลกใบเล็กของข้าน่ะสิ พวกมันแค่เชื่อฮ่วนเอ๋อคนเดียวเท่านั้น”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้มขื่นขม
“อย่าได้ห่วงไป พอถึงเวลาข้าจักเจรจากับพวกมันเอง เพราะสำหรับพวกมันแล้ว การได้เข้าสู่โลกใบเล็กของเจ้า เท่ากับพวกมันได้รับโชควาสนาครั้งใหญ่ หากพวกมันปฏิเสธ ก็นับว่าพวกมันโง่งมเกินเยียวยาแล้วจริงๆ”
วารีเทพชำระโลกากล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจเป็นที่สุด
“ว่าแต่เหมือนพวกมันจะไม่เข้าใจภาษามนุษย์นะพี่สุ่ย…ท่านมีวิธีคุยกับมันรู้เรื่องหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนเอ่ยถาม
“ในมหาสหัสโลกธาตุแห่งนี้ เว้นเสียแต่จะเป็นภาษาถิ่นของชนเผ่าเล็กๆที่ไม่มีผู้ใดรู้จัก ทำให้ข้าจนปัญญาจะทราบ…การที่เจ้าอยู่มานานมากพอ วันหนึ่งเจ้าก็สามารถเรียนรู้ภาษาต่างๆได้เอง”
ในขณะที่วารีเทพชำระโลกากล่าวถึงประโยคนี้ น้ำเสียงของนางก็เปี่ยมล้นไปด้วยความภาคภูมิใจ