‘เหมือนข้ามีลูกน้อยเพิ่มมาเป็น 2 คนจริงๆ…’
ต้วนหลิงเทียนพบว่าจะปฐพีเทพแรกกำเนิดฟ้าดินก็ดี หรือพฤกษาเทพครองสวรรค์ที่พึ่งตื่นขึ้นก็ดี ไม่เพียงแต่น้ำเสียงจะฟังดูไร้เดียงสา แต่บุคลิกภาพยยังแลดูไร้เดียงสาอีกด้วย ประหนึ่งเด็กน้อย 2 คนที่ยังไม่โต
เพลิงเทพโกลาหล ทองเทพสุดลี้ลับ กับวารีเทพชำระโลกาที่พึ่งมาใหม่นั้น หนึ่งเหมือนผู้ชราผ่านโลกมามาก อีกหนึ่งเป็นชายวัยกลางคนเคร่งขรึมจริงจัง อีกหนึ่งเป็นดั่งสาวใหญ่วัยทำงาน…
‘บางทีเสียงของเหล่าเทพเบญจธาตุก็จะเกี่ยวพันถึงบุคลิกภาพของพวกมันด้วย’
ต้วนหลิงเทียนลอบกล่าวในใจ
‘นับจากวันเวลา ตอนนี้พวกอัจฉริยะทั้งหลายคงเข้ามากันแล้ว เวลาที่อยู่ในซากระนาบเทพได้ก็เหลืออีกแค่ 2 วันสินะ’
ต้วนหลิงเทียนคำนวณเวลาเล็กน้อย หลังสูดลมหายใจเข้าปอดฟอดหนึ่งเขาก็ลุกขึ้นยืนในอากาศ จากนั้นแสงพลังสีขาวที่สว่างจ้าดั่งดวงตะวัน ก็ถูกดูดรั้งเข้ามาในร่าง หวนคืนสู่โลกใบเล็กของเขา
‘พลังวิญญาณฟ้าดินแทบทั้งหมดในซากระนาบเทพ ตอนนี้สมควรถูกนำมากักเก็บไว้ในโลกใบเล็กของข้าแล้ว…’
เมื่อรวมรั้งพลังที่ถักทอปานรังไหมสว่างจ้ากลับเข้าร่าง ต้วนหลิงเทียนที่ลองแผ่สัมผัสออกไปรอบกาย ก็พบว่าพลังวิญญาณฟ้าดินในบรรยากาศของซากระนาบเทพมันเบาบางจนแทบไม่เหลือ ยังเหลือไม่ถึงหนึ่งในร้อยของวันแรกที่เข้ามาด้วยซ้ำ!
“พี่หลิงเทียน”