บางทีการที่ซูหลี่แยกจากเขากับฮ่วนเอ๋อไป อาจจะไปพบพานวาสนาประเสริฐของตัวเองก็ได้
…
ด้านนอก…ด้วยมีมังกรชั่วร้ายทั้ง 2 ตัวเฝ้าหน้าประตูเอาไว้ ทำให้ไม่มีอัจฉริยะคนไหนคิดจะลองดีอีก
“แป๊บๆ ก็ผ่านไปครึ่งเดือนแล้วตั้งแต่ที่พวกต้วนหลิงเทียนทั้ง 4 นั่นเข้าไป…ถึงด้านในจะมีของงดีอะไร ป่านนี้พวกมันคงเอาไปหมดแล้วกระมัง?”
อัจฉริยะรากหญ้าคนหนึ่งพร่ำบ่น สองตามากล้นไปด้วยความอิจฉา
อย่างไรก็ตามหลังมันบ่นจบคำไม่ทันไร ศิษย์นิกายปีศาจพันกรคนหนึ่งก็พ่นลมสบถกล่าวแย้ง “เฮอะ! นั่นเป็นไปไม่ได้! เจ้ารู้หรือว่าซากระนาบเทพมันใหญ่โตเพียงใด?”
“ถึงแม้ซากระนาบเทพนั่นจักกลายเป็นนซากปรักหักพัง แต่ก็ไม่มีทางที่จอมราชันอมตะคนหนึ่งจะสามารถเดินทางไปทั่วได้ในเวลาแค่เดือนเดียว”
“อีกทั้งขณะเหินร่างเดินทางถ้ามันต้องคอยมองหาสมบัติไปด้วย ข้าเกรงว่าป่านนี้พวกมันยังเดินทางสำรวจไปไม่ถึง 1 ใน 1,000 ส่วนของทั้งซากระนาบเทพด้วยซ้ำ”
คำกล่าวของศิษย์นิกายปีศาจพันกรคนนี้ ก็มีอัจฉริยะหลายคนเห็นด้วย
ทันใดนั้นอัจฉริยะรากหญ้าที่ไม่รู้ว่าซากระนาบเทพเป็นอย่างไร ก็พอได้ระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“แต่ถึงแม้จะไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับพวกเรามากเพราะไปก่อน…แต่อย่างน้อยๆพวกมันก็มีเวลาถึงหนึ่งเดือนเต็ม เว้นเสียแต่พวกมันจะดวงกุด…หาไม่แล้ววย่อมเก็บเกี่ยวได้มากกว่าพวกเราแน่นอน”