“หลบออกไปด้านข้างแบบนี้ เกิดมันหมั่นเขี้ยวพุ่งกลับมากัดพวกเราจะทำอย่างไรเล่า?”
“มีผู้ใดนำไปก่อนหรือไม่ ข้าไม่กล้าไป…เห็นว่ามังกรชั่วร้ายนี่มันไร้สติปัญญาไม่ใช่หรือไร? ใครจะแน่ใจได้ว่ามันจะไม่แว้งกัดเราจริงๆ?”
…
ถึงแม้มังกรชั่วร้ายทั้ง 2 จะฉากหลบออกข้างเปิดทางให้เดินสะดวกแล้ว แต่เหล่าอัจฉริยะที่รอคอยยอยู่กับไม่มีใครอยากเป็นวิหกจ่าฝูง เรียกว่ารอดูเชิงกันอยู่ครึ่งค่อนวัน
สุดท้ายเฟิ่งชีชีของเผ่าหงส์ฟ้าโบราณก็ออกตัวคนแรก เหินร่างนำคนของเผ่าหส์ฟ้าโบราณมุ่งตรงเข้าประตูไปอย่างราบรื่น…
เมื่อเห็นว่าเฟิ่งชีชีรวมถึงคนของเผ่าหงส์ฟ้าสามารถผ่านประตูไปได้อย่างราบรื่น เหล่าอัจฉริยะที่รอดูเชิงทั้งหลายก็พากันระบายมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
เป็นธรรมดาว่า เริ่มมีคนที่เอะใจสงสัยอะไรบ้างแล้ว “เจ้ามังกรชั่วร้ายทั้ง 2 นั่นมันไร้สติปัญญาแน่เหรอ? แล้วมันรูได้อย่างไรว่าตอนไหนต้องหลีกทางให้เรา ตอนไหนต้องกันไม่ให้พวกเราเข้าไป?”
“นั่นสิ หากบอกว่ามังกรชั่วร้ายทั้ง 2 ไร้สติปัญญาข้าก็รู้สึกเชื่อไม่ลงจริงๆ”
“ข้าก็ไม่คิดว่ามันจะไร้สติปัญญาเหมือนกัน”
…
ท่ามกลางเสียงซุบซิบด้วยความสงสัย ไป๋หลี่หงเฟยก็เหินร่างนำคนตระกูลไป๋หลี่เข้าประตูไป
จากนั้นคนของนิกายกระบี่หมื่นหายนะ นำโดยอวี่เทียนสิงก็ทยอยกันเข้าสู่แดนลับทวยเทพไปติดๆ
ขณะเดียวกันเหล่าอัจฉริยะรากหญ้าหลายคนก็เหินร่างทะยานเข้าประตูตามๆกันไป