อาจารย์ลุงตู๋ที่อวี่เทียนสิงกล่าวถึง ก็หมายถึงผู้นำสายเฉิงหยิ่ง ตู๋กู เช่นกัน
“เจ้า”
อวี่เทียนสิงก็รู้ดีว่าที่ซูหลี่พูดมานั้นไม่มีผิดเพี้ยน เพราะสำหรับสายเฉิงหยิ่งแล้ว ซูหลี่ไม่ต่างอะไรจากสมบัติล้ำค่า ไม่มีใครกล้าทำให้ซูหลี่ไม่พอใจแน่นอน แล้วใครยังจะกล้าขัดใจซูหลี่เพราะเรื่องเท่านี้?
“ซูหลี่ ท่านประมุขเองก็ปฏิบัติกับเจ้าอย่างดีมิใช่หรือ ไม่ใช่เจ้าสมควรแสวงหาอัจฉริยะมาเข้าร่วมนิกายกระบี่หมื่นหายนะเราเพื่อให้ท่านอาจารย์ดีใจหน่อยหรือไร?”
เมื่ออวี่เทียนสิงเห็นว่ายากจะโน้มน้าวให้ซูหลี่ชวนต้วนหลิงเทียนเพราะเรื่องเป็นสหาย มันก็อดไม่ได้ที่จะยกอ้างอาจารย์ของมันผู้เป็นประมุขนิกายกระบี่หมื่นหายนะขึ้นมา
ตั้งแต่ที่ซูหลี่เข้าสู่นิกายกระบี่หมื่นหายนะ ประมุขนิกายกระบี่หมื่นหายนะอย่างอวี่เจี้ยนเฉิงก็ดูแลซูหลี่อย่างดี เรียกว่าให้สิทธิพิเศษแก่ซูหลี่หลายอย่าง
ได้ยินวาจาดังกล่าวของอวี่เทียนสิง ซูหลี่ก็ขมวดคิ้วย่นเป็นปมทันที จากนั้นก็เหลือบไปมองทางต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาฝืนๆ ยากจะเอ่ยคำ
“ซูหลี่ ฮ่วนเอ๋อกับข้าจะเข้าร่วมนิกายกระบี่หมื่นหายนะ”
ต้วนหลิงเทียน เห็นซูหลี่มองมาอย่างไม่ร้จะทำอย่างไร ก็กล่าวออกไปเคล้าเสียงหัวเราะ
“ต้วนหลิงเทียน เจ้าไม่ต้อง…”