ชายหนุ่มในชุดสีม่วงหันมองทิวทัศน์รอบๆ พลางกล่าวออกมาอย่างทอดถอนใจ
“พี่หลิงเทียน ทั้งหมดเป็นเพราะฮ่วนเอ๋อ ท่านก็เลยไม่ได้ไปไหนเลย…หากไม่ใช่เพราะฮ่วนเอ๋อพี่หลิงเทียนจะเสียเวลาอยู่ที่นี่ทำไม”
สตรีชุดขาวกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด
ชายหญิงคู่นี้ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นต้วนหลิงเทียนกับฮ่วนเอ๋อ ที่เข้ามาในแดนลับอัจฉริยะได้ 8 ปีแล้ว
“เด็กโง่ พี่หลิงเทียนเสียเวลาที่ไหนเล่า…ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา เพราะมีเวลาตระหนักรู้กฏมิติ จึงเรียกว่าก้าวหน้าครั้งใหญ่เลยต่างหาก ยังมากกว่าฮ่วนเอ๋อซะอีก”
ต้วนหลิงเทียนคลี่ยิ้มสดใสพลางกล่าวปลอบ
“จะว่าไปอาศัยพลังของพวกเราตอนนี้ ในแดนลับอัจฉริยะคงไม่มีปัญหาอะไรแล้ว…พวกเราออกไปตระเวนดูรอบๆกันเถอะ ไม่แน่ว่าอาจจะได้อะไรติดไม้ติดมือเพิ่ม”
“อีกทั้งพวกเราต้องไปสถานที่ทดสอบทั้งหลายด้วย อย่างน้อยๆก็ต้องทำผลงานให้พวกขุมกำลังระดับ 1 มาทาบทามพวกเราให้ได้”
พอกล่าวจบคำ ต้วนหลิงเทียนก็เหินร่างนำฮ่วนเอ๋อออกจากหุบเขาทันที
หลังจากเหินร่างออกจากหุบเขาได้ไม่นานนัก ต้วนหลิงเทียนก็แลเห็นหอคอยสูงใหญ่ กินอาณาบริเวณกว้างขวางตั้งตระหง่านราวยักษ์ปักหลั่นอยู่ไกลตา นับด้วยสายตาแล้วสมควรสูงราวๆ 30 ชั้นเห็นจะได้
“นั่นมัน…หรือจะเป็นหอคอยจิตวิญญาณค่ายกล?”
เมื่อเห็นหอคอยมหึมาที่ตั้งตระหง่านเบื้องหน้า สองตาต้วนหลิงเทียนก็ทอประกายสว่างจ้าขึ้นมาทันที