“ที่เจ้าว่ามามันก็ไม่แน่หรอก…เจ้าอย่าลืมไป หากซูหลี่มีพรสวรรค์เหนือกว่าอวี่เทียนสิงจริงๆ วันหน้ามันเผลอๆจะไปยังแดนอวี้หวง เพื่อเข้าร่วมกับขุมกำลังระดับแนวหน้าของอวี้หวงเทียน เพราะไม่ใช่ทุกคนจะยึดติดกับตำแหน่งประมุขนิกาย…”
“จริง ในระนาบเทวโลกมีหลายคนที่ไม่เต็มใจถูกผัดมัดไว้กับขุมกำลัง หมายดิ้นรนต่อสู้แสวงหาจุดสูงสุด”
…
ใต้ยอดเขาแรงโน้มถ่วงที่ซูหลี่กำลังปีนอยู่ ไม่เพียงแต่จะเต็มไปด้วยกลุ่มอัจฉริยะรากหญ้า แต่อัจฉริยะของขุมกำลังระดับ 1 ทั้งหลายยังมารวมตัวกันอย่างเนืองแน่น
“ไป๋หลี่หงเฟย เจ้าว่าซูหลี่มันจะก้าวขึ้นไปขั้นต่อไปได้หรือไม่?”
ทันใดนั้นเอง พอมีเสียงชายคนหนึ่งเอ่ยถามชายอีกคนที่ยืนแยกตัวอยู่คนเดียวด้านหลังดังขึ้น หลายคนในละแวกนั้นก็หันกลับไปมองตามต้นเสียงเป็นสายตาเดียวกัน จากนั้นก็มองไปตามสายตาอีกฝ่าย และหยุดอยู่บนร่างชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนแยกตัวอยู่คนเดียวด้านหลัง
ไป๋หลี่หงเฟย?
อัจฉริยะอันดับ 1 ของตระกูลไป๋หลี่น่ะหรือ?!
ผู้ที่อยู่ในอันดับที่ 4 ของยอดเขาแรงโน้มถ่วง?
“เอี้ยอู๋เต้า อย่าถามแต่ข้าเลย แล้วเจ้าคิดอย่างไรเล่า?”
ชายหนุ่มที่ถูกเรียกหาว่าไป๋หลี่หงเฟยนั้น มาในชุดคลุมสีเทาแกมขาว มันไม่ได้ตอบอะไร เพียงเลือกที่จะย้อนถามกลับไปยังชายหนุ่มที่เอ่ยถามมันแทน
“เอี้ยอู๋เต้า? อัจฉริยะอันดับ 1 ของนิกายมรรคาฟ้าลึกล้ำ อันดับ 5 ของยอดเขาแรงโน้มถ่วง!?”