อวิ๋นยีเองก็เป็นหนึ่งในสตรีที่ชมชอบอวี่เทียนสิง
“ศิษย์พี่เทียนสิง ซูหลี่ดูเหมือนจักใช้พลังทั้งหมดเพื่อก้าวขึ้นมาอยู่บนบันไดขั้นเดียวกับท่านแล้ว มันมิน่าจะขึ้นไปได้ไหวแล้วล่ะ”
อวิ๋นยีกล่าวกับอวี่เทียนสิงด้วยรอยยิ้มสดใส
“ศิษย์น้องอวิ๋นยี…อย่าได้ดูเบาซูหลี่ไป เจ้าต้องทราบด้วยว่าเวลาที่ซูหลี่ใช้ก้าวขึ้นมายังบันไดขั้นที่ 3,537 จากขั้นที่ 3,536 นั้น…ยังสั้นกว่าข้าเสียอีก…”
ได้ยินคำของอวิ๋นยี อวี่เทียนสิงก็ส่ายหน้าไปมา “ดังนั้นมิใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ที่มันจะ…”
ในขณะที่อวี่เทียนสิงกำลังจะพูดว่า ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ที่ซูหลี่จะขึ้นบันไดขั้นต่อไปได้สำเร็จ ทว่ามันไม่ทันได้กล่าวจบคำ ลูกตาก็จำต้องหดเล็กลงเสียก่อน
เพียงเพราะมันเห็นว่า ซูหลี่ที่ยืนอยู่บนบันไดขั้น 3,537 นั้น เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว!
“ซูหลี่ขยับแล้ว!!”
ภายใต้ทุกสายตาที่จับจ้องมองไปเขม็ง ซูหลี่พลันย่อตัวทั้งกระโดดขึ้นไปอีกครั้ง และคราวนี้ปรากฏมวลพลังปะทุออกมาปานเขื่อนแตก จากนั้นมวลพลังสีดำดังกล่าวก็ควบรวมปกคลุมร่างกาย ก่อลักษณ์เป็นกระบี่สีดำเล่มเขื่องขึ้น!
รอบๆกระบี่สีดำเล่มเขื่อง ยังปรากฏไอพลังดั่งหมอกโลหิตรวมถึงหมอกทมิฬห้อมล้อมเวียนวน ประหนึ่งมีมังกรดำกับมังกรโลหิตกำลังหยอกเย้าเล่นไล่จับ!
วู้มมมม!!
ทันใดนั้นเองเสียงกระบี่กู่ร้องพันดังขึ้นกึกก้องสะท้านเขาทั้งลูก พาลให้ผู้คนแก้วหูสะเทือนแทบหนวก!