หลังเฟิ่งชีชีพุ่งทะลวงขึ้นไปเกินความสูง 30,000 หมี่ และไปได้ไกลกว่าฮ่วนเอ๋อ นางก็เสมือนไร้คู่แข่งแล้ว ในเมื่อไม่มีเป้าหมายที่แน่ชัด สภาวะจิตใจจะมากจะน้อยก็ต้องมีหย่อนคล้อยกันบ้าง
กลับกัน ด้านไป๋หลี่หงเฟยนั้น ไม่พ้นมันต้องเต็มไปด้วยแรงผลักดันที่จะเหนือกว่าเฟิ่งชีชีแต่แรก แถมดูจากช่วงสุดท้ายที่ใช้เวลาเนิ่นนานนัก เผลอๆมันอาจจะเค้นเรี่ยวแรงดูดนมมารดาออกมาทั้งหมด เพื่อปีนบันไดต่ออีก 4 ขั้นก็เป็นได้…
‘หากดันทุรังฝืนตัวแล้วไปได้อีกแค่ 4 ขั้น…ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของไป๋หลี่หงเฟยอาจเทียบเฟิงชีชีไม่ได้’
ต้วนหลิงเทียนลอบกล่าวในใจ
หลังจากไป๋หลี่หงเฟยแล้ว ก็ไม่มีอัจฉริยะที่โดดเด่นคนไหนไต่ยอดเขาแรงโน้มถ่วงอีก
เช่นนั้นแม้จะผ่านไปกว่า 2 เค่อ ฮ่วนเอ๋อก็ยังคงรั้งอยู่อันดับที่ 3
“พวกเราไปกันเถอะฮ่วนเอ๋อ”
หลังจากนั้นต้วนหลิงเทียนก็พาฮ่วนเอ๋อเดินทางออกจากยอดเขาแรงโน้มถ่วง เพราะสุดท้ายแล้วแดนลับอัจฉริยะก็ไม่ได้มีแค่ยอดเขาแรงโน้มถ่วงเท่านั้น
“พี่หลิงเทียน ท่านพบแล้วหรือไม่…ว่าหลังจากที่พวกเราไต่ยอดเขาแรงโน้มถ่วง ดูเหมือนพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดในร่างมันจะแข็งแกร่งและเพิ่มพูนขึ้นเล็กน้อย”
ฮ่วนเอ๋อกล่าว
เมื่อได้ยินสิ่งที่ฮ่วนเอ๋อพูด ต้วนหลิงเทียนก็ลองตรวจสอบพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดของตัวเองดูทันที และพบว่าด่านพลังของเขาเริ่มเสถียรและแข็งแกร่งมากขึ้น รวมถึงปริมาณก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจริงๆ