ความเคลื่อนไหวเตะตาจุดนี้ ก็ดึงดูดความสนใจผู้คนที่รอทดสอบฟ้าดินแห่งกฏไม่น้อย
“หืม? เจ้าหนุ่มชุดม่วงนั่นเผลอไปล่วงเกินอวิ๋นเซียวเข้ารึ?”
“อวิ๋นเซียวผู้นี้ไม่เพียงแต่จะเป็นอัจฉริยะของนิกายปีศาจพันกร แต่มันยังเป็นลูกชายคนเดียวของประมุขนิกายปีศาจพันกรอีกด้วย…แล้วเจ้าชุดม่วงนั่นเป็นผู้ใดมาจากไหนกัน? ไฉนกล้าไปล่วงเกินมันได้?”
“ข้าว่าเจ้าหนุ่มนั่นมันไม่ได้ไปล่วงเกินอวิ๋นเซียวตรงที่ใด แต่อวิ๋นเซียวสมควรเป็นฝ่ายไปหาเรื่องเจ้าหนุ่มนั่นก่อนมากกว่า…”
…
หลายคนแลเห็นต้วนหลิงเทียนตั้งแต่ที่มาถึง จึงพอเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่บางคนนก็พึ่งหันมาเห็นตอนมีเรื่องกันแล้ว
“พลังฝีมือของอวิ๋นเซียวนั่น ในนิกายปีศาจพันกรมันก็นับว่าไม่ใช่ชั่ว…กลับกันด้านชายหนุ่มชุดม่วงนั่น ลักษณะหน้าตาของมันข้าไม่คุ้นเลย สมควรเป็นอัจฉริยะรากหญ้าไม่ผิดแน่…เช่นนั้นข้าเกรงว่ามันจะซวยแล้วล่ะ”
หายคนอดไม่ได้ที่จะมองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาสงสาร
อย่างไรก็ตามในขณะที่ต้วนหลิงเทียนกับอวิ๋นเซียวมองหน้ากันตาขวาง ราวพร้อมจะชักดาบออกมาจ้วงแทงพุงกันได้ทุกเมื่อ จนผู้คนพากันจับจ้องให้ความสนใจกับทั้งคู่ รอลุ้นว่าผู้ใดจะเปิดก่อน…
ทว่าทันใดนั้นเอง อยู่ฮ่วนๆเอ๋อที่อยู่ข้างต้วนหลิงเทียน พลันลงมือเคลื่อนไหวในฉับพลัน!