เมื่ออาวุโสหวังของนิกายจ๋างหั่วฉานกล่าวจบคำ มันก็ทำหน้าปั้นปึ่งและถอยออกไปเล็กน้อย เห็นชัดว่าไม่คิดเข้าไปยุ่งเกี่ยวเพียงอยู่เพื่อชมดูเรื่องราว
อาวุโสหลิวของนิกายจ๋างหั่วฉานเห็นดังนั้น มุมปากอดกระตุกไปไม่ได้ สุดท้ายก็ได้แต่เหินร่างไปลอยข้างๆอาวุโสหวังเงียบๆ
“ไอ้หนู เจ้าเป็นคนฆ่าอาวุโสซุนหยูของนิกายเหิงชาเฉวียนข้างั้นเรอะ!?”
อาวุโสฉินแห่งนิกายเหิงชาเฉวียนที่แต่เดิมมองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาเฉยเมย บัดนี้ในดวงตามันกลับฉายประกายเยียบเย็นวูบวาบ
“ใช่”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า
“ไฉนต้องฆ่าอาวุโสซุนหยูของพวกเราด้วย?”
คนของนิกายเหิงชาเฉวียนอีก 3 คนที่เหลือก็เปลี่ยนจากสายตาเฉยเมย เป็นมองจ้องต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาเยียบเย็นเช่นกัน
“ข้าได้ผลไม้อมตะมาแล้ว แต่มันกลับลงมือแย่งชิงด้วยเจตนาฆ่าฟัน…หากข้าไม่ฆ่ามัน หรือจะรอให้มันฆ่าข้า?”
ต้วนหลิงเทียนเหลือบมองคนของนิกายเหิงชาเฉวียนผ่านๆ กล่าวออกด้วยน้ำเสียงไม่แยแส
“สารเลวน้อย เมื่อเจ้ากล้าฆ่าอาวุโสของนิกายเหิงชาเฉวียนของข้า…วันนี้ ก็หยุดอยู่ที่นี่เถอะ!”
ชายวัยกลางคนหนึ่งเดียวในบรรดาคนนิกายเหิงชาเฉวียนทั้ง 4 เอ่ยออกเสียงเย็น ดวงตาท่วมท้นไปด้วยจิตสังหาร
คนนิกายเหิงชาเฉวียนอีก 3 คนที่เหลือ โดยเฉพาะชายชราแซ่ฉินเอง ก็มองจ้องต้วนหลิงเทียนยด้วยสายตาอำมหิตปานจะกลืนกินเลือดเนื้อผู้คน
“อะไร? พวกเจ้าคิดฆ่าข้ารึ?”