ทว่าตอนนี้ความสามารถในการหลอมโอสถอมตะของต้วนหลิงเทียน มันไม่อาจไล่ตามด่านพลังของเขาได้ทัน เพราะเพลิงเทพโกลาหลขั้นที่ 3 ของเขา ยังมีพลังเทียบได้กับเพลิงอมตะระดับสูงเท่านั้น…
เขาจึงได้แต่หวังพึ่งผลไม้อมตะ
3 วันต่อมา ต้วนหลิงเทียนกับฮ่วนเอ๋อก็ถูกไฉฉงอี้พามาพบเจอผู้อาวุโสคนหนึ่งของนิกายอมตะเสวี่ยหยา ที่ไฉฉงอี้ส่งให้มาคอยเกาะติดสถานการณ์
“ข้าน้อยขอคารวะผู้อาวุโสทรงเกียรติทั้ง 2”
อาวุโสของนิกายอมตะเสวี่ยหยา มาในรูปลักษณ์ชายชราไม่อ้วนไม่ผอมหน้าตาแลดูเหมือนอาแปะชราทั่วไป เมื่อพบเจอต้วนหลิงเทียนกับฮ่วนเอ๋อ มันก็เร่งรุดประสานมือโค้งคารวะทักทายอย่างนอบน้อม กับต้วนหลิงเทียนนั้นมันมองด้วยความเคารพนับถืออย่างสูง
ทว่าตั้งแต่ต้นจนจบมันไม่กล้าแม้แต่จะมองไปที่ฮ่วนเอ๋อเลย ด้วยกลัวจะสร้างความไม่พอใจให้ฮ่วนเอ๋อ
“ผู้เฒ่า…ตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้างหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนถาม
“เรียนท่านอาวุโสทรงเกียรติ เมื่อรุ่งสางแดนสมบัติขุนเขาโอสถได้ปรากฏสัญญาณบ่งบอกระดับออกมา…และมันเป็นสัญญาณของแดนสมบัติขุนเขาโอสถระดับ 3 ขอรับ”
อาวุโสของนิกายอมตะเสวี่ยหยากล่าว “ในเมื่อเป็นแดนสมบัติขุนเขาโอสถ เช่นนั้นหมายความว่าอาศัยแค่ขุมกำลังระดับ 5 ย่อมไม่อาจปิดกั้นผู้คนได้หมด…เพราะเมื่อถึงเวลาที่แดนสมบัติขุนเขาโอสถะระดับ 3 เปิดออก ผู้ที่อยู่ห่างจากแดนสมบัติขุนเขาโอสถในรัศมีหมื่นลี้สามารถเข้าไปด้านในได้เพียงแค่ห้วงคิดเดียว…”