หลิวอวิ๋นผู้นี้น่าจะมีวิชาลับพิเศษบางอย่าง ไม่ก็ค่ายกลระดับสูงพิเศษบางอย่างกับตัว จึงเปลี่ยนปราณบนตัวได้”
“ค่ายกลอักขระของที่นี่ไม่ธรรมดา เราควรหาโอกาสซื้อไว้ ของเช่นนี้มีผลยิ่งในสงคราม”
“ยามนี้ เราแดนบูรพาไร้กำลังต่อหน้าเผ่าปีศาจ หากได้ค่ายกลอักขระระดับสูงมา เราจะลดผู้เสียหายล้มตายได้มหาศาล”
“นอกจากนั้น เจ้ายังนำอักขระไปขายต่อ แลกทรัพยากรได้เยอะแยะด้วย”
เจียงผิงอันพยักหน้า “เป็นความคิดที่ดี”
โจรทั้งสองรู้สึกถูกหยามอย่างยิ่งยามเห็นเจียงผิงอันกับเฉียนฮวั่นโหรวคุยกันหน้าตาเฉย
พวกเขาเป็นโจร สองคนนี้ยังเมินพวกเขาเสียสนิท นี่ดูถูกกันอยู่หรือ?
หลิวอวิ๋นสุดแสนหงุดหงิด พุ่งเข้ามาหาทันใด เขาเงื้อดาบในมือกฎเกณฑ์วิถีดาบอันทรงพลังฟาดฟันเข้าใส่ทั้งสามด้วยความเร็วสูงล ้า
เปรี้ยง!
เฉียนฮวั่นโหรวใช้วิชาดึงดาราเด้งตัวศัตรูออกไป ก่อนจะกล่าวกัยเจียงผิงอันว่า “คนละหนึ่ง”
“ได้”
เจียงผิงอันหมุนตัว มองโจรทั้งสองอย่างเฉยชา
โจรทั้งสองเกือบคิดเสียแล้วว่าตนฟังผิด เด็กนี่เหมือนจะอยู่ในขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตา ยังคิดรับมือพวกเขาอยู่อีกหรือ?
สองฝ่ายต่างกันสองขั้นย่อย มันต่างอะไรกับพาตัวเองมาตาย
คิดว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะล ้าเลิศหรือไร?
หากพวกเขาถูกผู้ฝึกตนระดับนี้ชนะได้ พวกเขาก็ควรกลับครรภ์มารดาไปเกิดใหม่ได้แล้ว
โจรทั้งสองมิได้สนใจเจียงผิงอันเลย แต่จ้องมองเฉียนฮวั่นโหรวกันอย่างระแวง
สตรีผู้นี้เป็นภัยที่สุด
วิชาแรงโ