ผู้อาวุโสสูงสุดทั้ง 2 ของนิกาอมตะเสวี่ยหยาได้มอบชาให้เขามาป้านหนึ่ง เรียกว่าหยาดน้ำฟ้าลอยเมฆ และมันเป็นชาที่นิกายอมตะเสวี่ยหยาปลูกเอง ผู้ที่มีด่านพลังฝึกปรือต่ำกว่าขุนนางอมตะ หากดื่มเป็นประจำยังมีส่วนช่วยในการบ่มเพาะพลังไม่น้อย
อย่างไรก็ตามสำหรับต้วนหลิงเทียนตอนนี้ เขาทำได้แค่ลิ้มรสชาติมันเท่านั้น
และต้องบอกเลยว่ามันรสชาติดีไม่เบา
“ในเมื่อฮ่วนเอ๋อชอบก็อยู่ที่นี่เพื่อบ่มเพาะฆ่าเวลา…มีนิกายอมตะเสวี่ยหยาเป็นหูเป็นตา หากพบโอกาสใดๆ พวกเราก็จะได้รู้จากนิกายอมตะเสวี่ยหยา และสามารถเข้าร่วมแข่งขันช่วงชิงได้ทันท่วงที”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวกับฮ่วนเอ๋อด้วยรอยยิ้ม
“หืม?”
ทว่าทันใดนั้นเอง คล้ายต้วนหลิงเทียนสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง สองตาเขาจึงกวาดมองไปนอกลานทิศทางหนึ่ง
ปรากฏร่าง 3 ร่างกำลังเดินเข้ามา สองผู้ชราที่เดินนำหน้านั้นเขาคุ้นหน้าแล้ว เพราะเป็นผู้อาวุโสสูงสุดทั้ง 2 ที่เขาเคยเจอ…ส่วนชายวัยกลางคนที่เดินตามหลังทั้งคู่มาต้อยๆ ถึงแม้ต้วนหลิงเทียนจะพึ่งเคยเห็นอีกฝ่ายเป็นครั้งแรก แต่ก็ไม่ยากที่เขาจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร
ประมุขนิกายยอมตะเสวี่ยหยา ไฉฉงอี้
“อาวุโสทรงเกียรติฮ่วนเอ๋อ อาวุโสทรงเกียรติหลิงเทียน”
ทั้ง 3 เดินมาถึงประตูทางเข้าลานก็หยุดลง และชายชราทั้ง 2 ก็ให้เสียงทักทายออกมามากเคารพ
“เข้ามาเถอะ”
จนเมื่อต้วนหลิงเทียนกล่าวเชิญ ทั้ง 3 จึงกล้าที่จะเดินเข้ามา