และในขณะที่ต้วนหลิงเทียนเคลื่อนย้ายข้ามมิติ ฮ่วนเอ๋อเองก็เคลื่อนย้ายข้ามมิติเช่นกัน และยังสอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของต้วนหลิงเทียนอีกด้วย
กล่าวได้ว่าฮ่วนเอ๋อรักษาตำแหน่งตัวเองดีมาก หากจางจินอี้คิดจะพุ่งไปเล่นงานนาง จะอย่างไรก็ต้องผ่านต้วนหลิงเทียนไปก่อน และนั่นหมายความว่ามันต้องถูกต้วนหลิงเทียนหยุดยั้งแน่นอน
กล่าวได้ว่าหากวันนี้จางจินอี้คิดจะทำอะไรฮ่วนเอ๋อ ก่อนอื่นเลยต้องจัดการต้วนหลิงเทียนให้ได้เสียก่อน!
“ข้าอยากจะรู้นัก ว่าเจ้าจะมีปัญญาหลบได้อีกกี่ครั้ง!!”
จางจินอี้หักเหร่างกลางอากาศ ประกายแสงสีทองพุ่งวาวบไปทางต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง มองไปประหนึ่งดาวตกสีทองลัดฟ้ายามคืนค่ำ!
และคราวนี้จางจินอี้คล้ายกลับกลายเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่ แสงพลังกระบี่ปรากฏขึ้นมาห่อหุ้มคุมกาย จนมองไกลๆคล้ายคนกลับกกลายเป็นกระบี่เล่มหนึ่ง พุ่งทะลวงฟ้าไปด้วยความเร็วอัศจรรย์!!
เวิง! เวิง! เวิง! เวิง! เวิง!
…
เมื่อแสงกระบี่เล่มเขื่องพุ่งทะลวงอากาศไป ความว่างเปล่าพลันสะท้านสะเทือนส่งเสียงแปลกประหลาดออกมา ราวกับพวกมันกำลังจะถูกฉีกเป็นชิ้นๆ
“กับอีแค่นี้ไหนเลยต้องหนี?”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวเย้ยออกมาคำหนึ่ง ขณะเดียวกันพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดก็ปะทุออกมาฉับไว พลังธาตุมิติก็ผสานรวมเข้าไปในชั่วพริบตา