หลังเข่นฆ่าชายวัยกลางคนแล้ว ฮ่วนเอ๋อก็สะบัดมือเบาๆคราหนึ่งดูดรั้งสิ่งของไม่เว้นดาบที่กระเด็นละลิ่วไปกลับมา ก่อนที่จะวูบร่างกลับไปอยู่ข้างกายต้วนหลิงเทียนในพริบตา ส่งมอบของทั้งหมดไปอยย่างคล่องแคล่ว
จากนั้นนางก็กุมมือต้วนหลิงเทียน สีหน้าท่าทีกลับมาแลดูอ่อนโยนว่าง่ายอีกรอบ
ชายหนุ่มที่อยู่ไม่ไกลได้แต่มองฮ่วนเอ๋อด้วยสายตาหวาดผวา รูม่านตามันหดแคบลงแทบปิด ขณะเดียวกันยังรู้สึกเสมือนมีไอเย็นสายหนึ่งแล่นวาบจากปลายเท้าจรดศีรษะ
หากมันไม่ได้มาเห็นกับตาตัวเอง มันไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าแม่นางน้อยที่ดูอ่อนโยนเชื่อฟังเบื้องหน้า จะดุร้ายเด็ดขาดขนาดนี้!
“เจ้ายังเหลือเวลาอีก 1 ลมหายใจ”
ต้วนหลิงเทียนเหลือบมองชายยหนุ่ม พลางกล่าวเสียงเรียบ
และพอได้ยินวาจาดังกล่าวของต้วนหลิงเทียน ชายหนุ่มก็คล้ายตื่นจากฝัน ร่างปะทุพลังเกรี้ยวกราด หันหลังพุ่งร่างออกไปเร็วไว
ระหว่างที่เหินร่างหลบหนีมา ชายหนุ่มไม่กล้าหันกลับไปมองด้านหลังด้วยซ้ำ ไม่ทันไรก็ห้อตะบึงหายลับไปจากสายตาต้วนหลิงเทียนกับฮ่วนเอ๋อ เพราะห้วงเวลาสังหารเพียง 1 ลมหายใจเมื่อครู่ทำให้มันหวาดกลัวทั้งคู่จับใจ!
หลังเห็นชายหนุ่มหายลับไปจากสายตา ต้วนหลิงเทียนก็หันไปพูดกับฮ่วนเอ๋อว่า “ฮ่วนเอ๋อ เจ้าคอยระวังรอบๆ…ข้าจะไปเอาผลเปลวอัคคีลายคราม”
ที่ต้วนหลิงเทียนไม่อยากให้พวกมันรั้งอยู่ที่นี่ ไม่ใช่เพราะเขากลัวว่าพวกมันจะประฉกฉวยโอกาสลอบก่อการอะไรทั้งนั้น