“หึ! ข้าว่ามันไม่พ้นต้องพึ่งอิสตรีข้างกายจนไต่มาถึงอันดับนี้มากกว่า…อาศัยขั้นพลังของมันไหนเลยจะทำให้มันไต่ขึ้นมาถึงอันดับที่ 13 ได้ด้วยตัวเอง?”
ชายหนุ่มในชุดคลุมสีเขียวคนหนึ่งกล่าวสบถออกเสียงเย็น
“หู่เหลย มีคำกล่าวที่ว่าหากเดินไม่ทั่วเล้าไก่อย่าพึ่งนับไข่ในตะกร้า ในเมื่อเรื่องยังไม่แน่ชัด เจ้าก็อย่าได้ด่วนสรุปไป…ข้าบอกเจ้าไว้ตรงนี้เลย ต้วนหลิงเทียนผู้นั้นไม่ธรรมดาจริงๆ”
เหยียนหรูอวี้ยังคงกล่าวสืบต่อ
ถึงแม้ต้วนหลิงเทียนจะไม่รู้จักมัน แต่มันเรียกว่ารู้จักต้วนหลิงเทียนตั้งแต่ยังไม่มีชื่อเสียงอะไรจนไต่เต้ามาถึงวันนี้!
“สหายเหยียน แล้วไฉนเจ้าพูดราวกับรู้จักมันดีนักเล่า?”
หู่เหลย ทายาทสายตรงของตระกูลหู่ 1 ใน 10 ตระกูลใหญ่เอ่ยถามเหยียนหรูอวี้ด้วยความสงสัย
“ข้าไม่กล้าบอกว่ารู้จักมันดี…แต่เจ้าว่าคนที่สมควรกลายเป็นเครื่องสังเวยให้ต้นไม้เทพสังเวยสวรรค์ แต่กลับสามารถตอบโต้แผนการของจักรพรรดิอมตะที่กลับชาติมาเกิดได้สำเร็จ กลับกลายเป็นผู้ชนะคนสุดท้าย จนได้รับผลเทพสังเวสวรรค์มาใช้เอง คิดว่ามันจะเป็นคนธรรมดาได้หรือไม่เล่า?”
เหยียนหรูอวี้มองจ้องหู่เหลย พลางกล่าวเสียงขรึม
“หืม?! ผลเทพสังเวยสวรรค์รึ!?”
พอเหยียนหรูอวี้เอ่ยถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ไม่เพียงหู่เหลยจะตกใจ คนอื่นๆ ก็หันมามองด้วยความตกตะลึงทันที
“ช้าก่อน เจ้าจะบอกว่าข่าวลือหลายปีก่อน เป็นเรื่องจริงงั้นเหรอ?”