“ยิ่งไปกว่านั้นพลังฝีมือของนางมิใช่ชั่วเลย เข้าสู่แดนสวรรค์ใต้โบราณระดับสูงครั้งแรกก็ไต่มาถึงอันดับที่ 15…อีกทั้งข้ายังได้ยินมาอีกว่าบุรุษที่อยู่ข้างกายนางอันเรียกว่า ต้วนหลิงเทียน นั้น แม้จะอยู่ในอันดับที่ 13 แต่อันที่จริงไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงฆ่าไก่ และทั้งหมดสมควรเป็นนางที่ลงมือจัดการผู้คน และคอยมอบคะแนนให้มัน!”
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ปานกอริลล่าภูเขาคนนี้ เรียกว่า โฮ่วตงเฉียน เป็นศิษย์ที่แท้จริงของนิกายวิถีวายุอัสนี
“ก็มิรู้สินะ หากมีโอกาสข้าเองก็อยากพบเจอนางเช่นกัน…”
สองตากลมใสงามกระจ่างล้ำกว่ามณีใดของโอวหยางอวี่เวยหรี่ลงเล็กน้อย ปากอวบอิ่มคลี่ยิ้มอ่อนๆ “หากนางเป็นดั่งที่ผู้คนร่ำลือ เช่นนั้นนางก็นับเป็นโฉมงามพิลาศไร้คู่เปรียบจริงๆ”
“โฮ่วตงเฉียน เจ้าประเมินต้วนหลิงเทียนผู้นั้นต่ำไปแล้ว…ทุกอย่างที่เจ้าได้ยินมาล้วนผิดหมด เจ้านั่นน่ะ…มันไม่ใช่ธรรมดาๆ!”
ตอนนี้เองเหยียนหรูอวี้พลันหันไปมองกล่าวกับโฮ่วตงเฉียยนพลางส่ายหน้าไปมา “เมื่อ 30 ปีก่อนมันยังเป็นแค่ขุนนางอมตะ 10 ทิศที่วิ่งเต้นไปทั่วแดนสวรรค์ใต้โบราณระดับกลาง…แต่ 30 ปีต่อมาด่านพลังของมันกลับทะลวงถึงราชาอมตะ 3 ศักดิ์ กระทั่งยังได้อันดับที่ 13 ทั้งที่พึ่งเข้ามาแดนสวรรค์ใต้โบราณระดับสูงครั้งแรก”
“เจ้าคิดว่ามันจะไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงฆ่าไก่จริงๆหรือ?”
ในที่นี้คงไม่มีใครรู้เรื่องของต้วนหลิงเทียนดีไปกว่าเหยียนหรูอวี้อีกแล้ว