ตอนนี้พอเห็นคนที่เผ่าหลักส่งมาตรวจสอบข้อเท็จจริง วางท่าโอหังใส่หัวหน้าเผ่าที่มันเคารพรัก เช่นนั้นแม้เมื่อครู่มันจะไม่เผยทีท่าอะไรต่อหน้าทูต แต่ลับหลังยังอดไม่ได้ที่จะโมโหแทนหัวหน้าเผ่าของมัน
“ชู่ว! เจ้าเงียบเสีย! อย่างไรนั่นก็เป็นทูตจากเผ่าหลัก ต่อให้มันจะฆ่าเจ้าทิ้ง ท่านหัวหน้าเผ่าก็หาความให้เจ้าไม่ได้!”
อาวุโสเผ่าจิ้งจอกมายาอีกคนที่อยู่ใกล้ๆ รีบห้ามปรามสหายร่วมเผ่าทันที สีหน้ายังแลดูหวาดกลัววว่าทั้ง 3 ที่จากไปเมื่อครู่จะได้ยินวาจาของสหายมัน
“ข้าไม่ทราบว่าพลังฝีมือของมันที่แท้จักร้ายกาจสักเพียงใด มันจะสยบสตรีที่พวกเราสงสัยว่าเป็นจิ้งจอกน้ำแข็งพันมายานั่นได้จริงๆหรือ?”
“ในเมื่อเผ่าหลักเลือกจะส่งมันมา เช่นนั้นมันก็ต้องมีดีสักท่า 2 ท่าล่ะ…”
“แต่หากมันแพ้ผู้อื่นเขาขึ้นมา ก็นับว่าสร้างความขบขันให้ผู้คนจริงๆ ถึงตอนนั้นไม่ทราบทางเผ่าหลักจะทำอย่างไรต่อไป”
“เรื่องแบบนั้นคงไม่เกิดขึ้นหรอก…”
…
ในขณะที่อาวุโสเผ่าจิ้งจอกมายากำลัสนทนาเรื่องนี้กันลับหลัง ด้านจางจินอี้ที่มาจากตระกูลจางของเผ่าหลัก ก็ถูกจางตงหนานพามาถึงห้องโถงหลักเรียบร้อย และมันก็ก้าวอาดๆขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้สูงสุดทันที
“ไม่ทราบท่านทูตมีนามว่าอะไร?”
ภายในห้องโถงหลัก จางตงหนานเอ่ยถามออกมาด้วยรอยยิ้ม
“เจ้ายังไม่คู่ควรรู้ชื่อข้า”
จางจินอี้เอ่ยออกเสียงเบา วางท่าหัวสูงเป็นที่สุด
“บังอาจ!!”