จางจินอี้เหลือบมองจางเจิ้งไห่ด้วยสายตาเฉยเมย กล่าวด้วยน้ำเสียงไร้แยแส “ถึงตอนนั้น หากเจ้าสามารถรับมือข้าได้ถึง 2 ลมหายใจ เช่นนั้นวันนี้เจ้าก็รอดตัวไป”
“กลับกัน หากเจ้าทนได้ไม่ถึง 2 ลมหายใจ ไม่ว่าใครก็ช่วยเจ้าให้พ้นความตายไม่ได้!”
สองตาจางจินอี้นั้นฉายชัดถึงความดูแคลนเป็นที่สุด
และพอจางจินอี้กล่าววาจาทั้งหมดออกมา บรรยากาศโดยรอบก็คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นดินปืนทันที ใบหน้าของคนเผ่าจิ้งจอกมายายังอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงอึ้งค้างกันไปตามๆกัน
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!?”
“ฟังจากวาจาของทูตผู้นั้น…ดูเหมือนจะคิดฆ่าผู้เฒ่าเจิ้งไห่เช่นนั้นหรือ?”
“หากผู้เฒ่าเจิ้งไห่ทนได้ 2 ลมหายใจ? มิใช่ว่าทูตผู้นั้นก็เป็นราชาอมตะ 10 ทิศเหมือนกันหรือไร ต่อให้เป็นอัจฉริยะท้าทายสวรรค์ไร้ผู้ต้านคนนั้นของนิกาฟ้าหมื่นศึก ก็ไม่กล้ากล่าววาจาโอหังเช่นนี้มิใช่หรือ?”
“ข้าจำได้ว่าตอนผู้เฒ่าเจิ้งไห่ประมือกับอัจฉริยะของนิกายฟ้าหมื่นศึกผู้นั้น ผู้เฒ่าเจิ้งไห่ยังต้านทานได้ 6-7 ลมหายใจ จึงค่อยยอมรับความพ่ายแพ้…”
“มิใช่ว่าทูตที่ทางเผ่าหลักส่งมาคราวนี้ก็เป็นราชาอมตะ 10 ทิศหรือไร ไฉนมันพูดราวกับมั่นใจนักเล่า?”
…
เหล่าอาวุโสของเผ่าจิ้งจอกมายาถามไถ่กันด้วยความงุนงง จากนั้นก็เริ่มดึงดูดความสนใจของคนเผ่าจิ้งจอกมายาในละแวกใกล้เคียง
“เกิดอะไรขึ้น?”
“เรื่องราวเป็นเช่นไร?”
…