คิดถึงจุดนี้เหลิ่งเอี้ยก็อดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าด้วยความหนาวเหน็บ เหงื่อเย็นเม็ดเขื่องยังผุดซึมขึ้นกลางหน้าผาก
‘รีบแจ้งรองผู้นำเฉินให้ทราบดีกว่า!’
‘กล่าวไปแล้ว ระดับรองผู้นำเฉินก็สมควรล่วงรู้ถึงการคงอยู่ของจ้าววังผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อยของคฤหาสน์เฉวียนโยว…และรู้ดีว่าตัวตนที่กำลังปกป้องต้วนหลิงเทียนอยู่ตอนนี้เป็นเช่นไร’
เหลิ่งเอี้ยคิดได้ดังนั้นก็ไม่รอช้า เร่งรุดรายงานกลับไปยังองค์กรกะโหลกเลือดทันที และรายงานของมันก็ถูกส่งต่อไปถึงเฉินหยวนซานเร็วไว
“อะไร!?”
“ต้วนหลิงเทียนผู้นั้น…กลายเป็นผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อยของคฤหาสน์เฉวียนโยวแล้ว?”
“นอกจากนั้นฟังจากที่จางตงหนานหัวหน้าเผ่าจิ้งจอกมายากล่าว…บรรพบุรุษผู้เฒ่าคนนั้นของคฤหาสน์เฉวียนโยว ยังรั้งอยู่ในคฤหาสน์เฉวียนโยวจนถึงบัดนี้?”
หลังได้รับรายงานข้อความที่เหลิ่งเอี้ยส่งมา สีหน้าเฉินหยวนซานก็เปลี่ยนไปใหญ่หลวง “ดูเหมือนว่าเรื่องนี้ต้องให้ท่านผู้นำเป็นคนตัดสินใจ…”
“ว่าสุดท้าย…ภารกิจสังหารต้วนหลิงเทียนนั่นจักไปต่อหรือพอแค่นี้!”
ในขณะที่เฉินหยวนซานหอบใจที่หนักอึ้งไปเข้าพบผู้นำองค์กรมือสังหารกะโหลกเลือด มันก็ไม่ลืมส่งข้อความไปถึงซือถูอวี่ที่จับตาดูเรื่องราวนอกคฤหาสน์เฉวียนโยวเป็นการด่วน ทำการระงับภารกิจสังหารเอาไว้ก่อน สั่งให้ทั้งคู่อย่าได้ลงมือเด็ดขาด แม้จะเห็นต้วนหลิงเทียนออกมาหรือสบโอกาสเหมาะอะไร