บัดนี้ฉีเทียนหมิงกลัวแล้วจริงๆ…
เพราะเท่าที่มันรู้มา ไม่ใช่ว่าต้วนหลิงเทียนพึ่งได้รับผลเทพสังเวยยสวรรค์ จนด่านพลังทะลวงจากขอบเขตยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดถึงขุนนางอมตะ 10 ทิศหรอกรึไง…?
แล้วเรื่องราวยังพึ่งผ่านไปเท่าไหร่กัน ต้วนหลิงเทียนกลับบ่มเพาะพลังจากขอบเขตขุนนางอมตะ 10 ทิศ จนสามารถทะลวงถึงขอบเขตราชาอมตะได้แล้ว?
มันจดจำได้ว่าหากใช้ผลเทพสังเวยสวรรค์ จากขอบเขตยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดก็จะบรรลุถึงขุนนางอมตะ 10 ทิษได้พอดี ไม่ได้มีพลังสั่งสมล้นเหลือมากมิใช่หรือ?
ในกรณีนั้นไม่ได้หมายความว่าหากคิดทะลวงถึงราชาอมตะ 1 ต้นกำเนิด ก็ต้องบ่มเพาะพลังเต็มขั้น ของขอบเขตขุนนางอมตะ 10 ทิศด้วยตัวเองก่อนหรือไร?
ตัดกลับมาทางด้านวังผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อย
“ผู้อาวุโส ในเมื่อท่านว่าอย่างนั้น ข้าก็จะอยู่ในคฤหาสน์เฉวียนโยวไม่ไปไหน…รอให้พลังฝีมือข้าถึงขั้นสามารถเข้าสู่แดนสวรรค์ใต้โบราณระดับสูงได้เมื่อไหร่ ข้าค่อยคิดเรื่องออกจากคฤหาสน์เฉวียนโยว”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวกับชายชรา
“ดี”
ได้ยินคำตอบของต้วนหลิงเทียน ชายยชราก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
ทันใดนั้น คล้ายมันฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ออก ชายชราจึงหันไปมองกล่าวกับต้วนหลิงเทียน “จักว่าไป ดูเหมือนนอกเขตคฤหาสน์เฉวียนโยวเราตอนนี้ จักมีแม่นางน้อยผู้หนึ่งมาด้อมๆมองๆอยู่สองสามวันแล้ว…”
“ที่แปลกก็คือ ด้านหลังนางกลับมีคน 2 คนคอยสะกดรอยตามนางโดยที่นางไม่รู้ตัว”